• 130 โพสต์
  • 33 Photos
  • 2 Videos
  • ชาย(Male)
  • In a relationship
  • 20/11/1957
  • Followed by 73 people
Recent Updates
  • ไลค์
    รัก
    9
    1 ความคิดเห็น 0 แชร์ 240 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ไลค์
    รัก
    ยิ้ม
    8
    5 ความคิดเห็น 0 แชร์ 283 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ไลค์
    รัก
    ยิ้ม
    7
    5 ความคิดเห็น 0 แชร์ 273 ยอดวิว 23 0 รีวิว
  • ไลค์
    รัก
    โกรธ
    6
    3 ความคิดเห็น 0 แชร์ 253 ยอดวิว 20 0 รีวิว
  • ไลค์
    รัก
    2
    0 ความคิดเห็น 0 แชร์ 215 ยอดวิว 0 รีวิว
  • News

    จีนเพิ่งทุ่มเงินทั้งหมดไปกับ Bitcoin

    สี จิ้นผิง ประกาศแผนงานเพื่อทำให้การระดมทุน $BTC มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ากองทุนสำรองเงินคริปโตแห่งชาติ (National Crypto Reserve) เป็นเรื่องถูกกฎหมายและซื้อได้

    ฝั่งตะวันออกเพิ่งเขย่าตลาดโลก

    บทต่อไปของ BITCOIN ได้เริ่มต้นแล้ว

    พูดคุยแผนไอเดียเทรด และ Signal ฟรีได้ที่
    Goldencrypto : urlkub.co/oIUo1W
    ไลค์
    Wow
    2
    0 ความคิดเห็น 0 แชร์ 235 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ถ้าถามว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร หลายคนอาจจะนึกถึงน้ำมัน, ทองคำ หรือข้อมูล แต่ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล คำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากกว่านั้น นั่นคือ “พลังการประมวลผล”

    และตอนนี้ ชายที่ส่งจรวดไปดาวอังคารและสร้างรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นที่นิยมทั่วโลกอย่าง Elon Musk กำลังจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองทรัพยากรที่ว่านี้

    xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์น้องใหม่ที่ Elon Musk ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการสร้าง AI ที่มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์

    แต่การจะสร้าง “สมอง” ที่ฉลาดที่สุดในโลกได้นั้น มันจำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด และส่วนประกอบที่ว่านี้ก็กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลก

    สิ่งนั้นคือชิปประมวลผลกราฟิก หรือ GPU จากบริษัทที่ชื่อว่า Nvidia ซึ่งเปรียบเสมือนเซลล์ประสาทนับล้านล้านเซลล์ ที่จะประกอบกันขึ้นเป็นสมองกลอัจฉริยะ

    นี่คือที่มาของแผนการครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อมีรายงานว่า xAI กำลังวางแผนระดมทุนก้อนมหึมา ที่มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ เจ็ดแสนสี่หมื่นล้านบาท

    คำถามสำคัญคือ ทำไมเขาถึงต้องการเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น? และทำไมเงินทั้งหมดนี้ ถึงมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การซื้อชิปจากบริษัทเดียวเป็นหลัก

    เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจและเทคโนโลยี แต่มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ที่อาจจะกำหนดทิศทางอนาคตของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

    หากย้อนกลับไปในยุคตื่นทองที่แคลิฟอร์เนียราวปี 1849 ผู้คนที่ร่ำรวยที่สุด ไม่ใช่คนที่ขุดเจอทองเสมอไป แต่คือคนที่ขายพลั่ว, จอบ และอุปกรณ์ให้กับนักขุดทอง

    วันนี้เรากำลังอยู่ในยุคตื่นทองครั้งใหม่ นั่นคือยุคตื่น AI ทุกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft หรือ Meta ต่างก็กระโจนเข้ามาเป็น “นักขุดทอง” กันอย่างบ้าคลั่ง

    และบริษัทที่รับบทเป็นคนขาย “พลั่ว” ที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็คือ Nvidia นั่นเอง ชิป GPU ของพวกเขากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้าง AI ที่ทรงพลัง

    Elon Musk เข้าใจเกมนี้ดีกว่าใคร เขาเห็นคู่แข่งอย่าง OpenAI ที่ได้รับการหนุนหลังจาก Microsoft หรือ DeepMind ที่มีทรัพยากรแทบไม่จำกัดของ Google การที่ xAI ซึ่งเป็นผู้เล่นหน้าใหม่จะลงสนามแข่งได้ เขาต้องมี “พลั่ว” ที่ดีที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะหาได้

    นี่จึงเป็นที่มาของตัวเลข 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอจะสั่นสะเทือนวงการการเงินและเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กัน

    เป้าหมายของเงินก้อนนี้ชัดเจนมาก นั่นคือการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งอนาคต เพื่อเป็นโรงงานผลิตปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรือที่เรียกกันว่า AGI (Artificial General Intelligence)

    AGI ไม่ใช่ AI ทั่วไปที่เราใช้กันทุกวันนี้ แต่มันคือ AI ที่มีความเข้าใจ มีเหตุผล และเรียนรู้ได้หลากหลายเหมือนมนุษย์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์

    ปัจจุบัน xAI มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า Colossus ซึ่งใช้ชิป GPU รุ่นท็อปอย่าง Nvidia H100 ไปแล้วหลายหมื่นตัว แต่นั่นเป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น

    แผนการต่อไปคือการขยายขนาดของ Colossus ให้มีชิป GPU มากถึง 200,000 ตัว และเป้าหมายสุดท้ายคือการสร้าง Colossus 2 ซึ่งอาจต้องใช้ชิปมากถึงหนึ่งล้านตัวเลยทีเดียว

    ลองนึกภาพตามนะครับ ชิป H100 หนึ่งตัวมีราคาเฉลี่ยราว 3-4 หมื่นดอลลาร์ การจะซื้อชิปให้ได้หนึ่งล้านตัว อาจต้องใช้เงินสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าเงินที่ระดมทุนในรอบนี้เสียอีก

    แต่เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดของดีลนี้ มันมีอะไรที่ซับซ้อนไปกว่าการเป็นแค่ผู้ซื้อกับผู้ขาย เพราะมีรายงานว่า Nvidia เองก็จะเข้ามาร่วมลงทุนใน xAI ด้วย

    นี่คือจุดที่ทำให้เรื่องราวแตกต่างไปจากยุคตื่นทองในอดีต มันเหมือนกับว่าคนขายพลั่วที่รวยที่สุด ไม่ได้แค่ขายอุปกรณ์ แต่ยังมองขาดว่าเหมืองไหนมีแววจะเจอทองมากที่สุด แล้วตัดสินใจเข้าไปร่วมลงทุนในเหมืองนั้นด้วยตัวเองเลย

    ดีลนี้จึงเป็นสถานการณ์ที่ Win-Win สำหรับ Nvidia อย่างแท้จริง ในด้านหนึ่ง พวกเขาได้ลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งซื้อสินค้าล็อตมโหฬาร และในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็ได้เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท AI ที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต

    การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่า Nvidia ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ AI ทั้งหมด

    แน่นอนว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การทุ่มเงินมหาศาลไปกับฮาร์ดแวร์ที่ราคาแพงและตกรุ่นเร็วมาก ถือเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สูงลิ่ว

    มีการประเมินกันว่าแค่ในปี 2025 ปีเดียว xAI อาจจะต้อง “เผาเงินสด” หรือใช้จ่ายเงินไปกับการดำเนินงานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

    นอกจากนี้ เงินทุนส่วนใหญ่ยังมาจากหนี้สิน ซึ่งหมายความว่า xAI ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยและการชำระคืนมหาศาล หากโมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นมาไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดหวัง ก็อาจจะนำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินได้

    นี่คือการเดิมพันที่แท้จริง ระหว่างวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ Elon Musk กับความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกธุรกิจ ที่ทุกอย่างวัดกันที่ผลกำไรและกระแสเงินสด

    แต่สำหรับชายคนนี้ ความเสี่ยงดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ที่เคยเกือบล้มละลาย หรือ Tesla ที่เคยถูกปรามาสว่าจะไปไม่รอด

    หลายคนอาจมองว่า Musk เป็นนักฝันที่บ้าบิ่น แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขามักจะมีภาพใหญ่ซ่อนอยู่เสมอ การสร้าง xAI ก็เช่นกัน

    ลองจินตนาการดูว่า ถ้า xAI สามารถสร้าง AGI ที่ทรงพลังขึ้นมาได้จริงๆ มันจะกลายเป็น “สมองกลาง” ที่เชื่อมต่ออาณาจักรทั้งหมดของเขาเข้าไว้ด้วยกัน

    มันอาจจะถูกนำไปใช้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบของรถยนต์ Tesla ให้สมบูรณ์แบบ, ใช้ในการคำนวณภารกิจที่ซับซ้อนเพื่อส่งมนุษย์ไปดาวอังคารของ SpaceX หรือแม้กระทั่งทำงานร่วมกับชิปฝังสมองของ Neuralink

    xAI จึงไม่ใช่แค่บริษัท AI อีกแห่งหนึ่ง แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุด ที่จะมาเติมเต็มวิสัยทัศน์ทั้งหมดของ Elon Musk ให้กลายเป็นความจริง

    ดังนั้น บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การระดมทุน มันคือการประกาศอย่างเป็นทางการว่ามนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันทางเทคโนโลยี

    การแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อแย่งชิงดินแดนหรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้าง “สติปัญญา” ในรูปแบบใหม่ขึ้นมา

    หาก xAI ทำสำเร็จ มันอาจจะช่วยให้เราค้นพบวิธีรักษโรคร้าย, แก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ หรือปลดล็อกความลับของจักรวาลได้

    แต่ในทางกลับกัน มันก็มาพร้อมกับคำถามสำคัญด้านจริยธรรมและความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ Musk เองก็เคยออกมาแสดงความกังวลอยู่บ่อยครั้ง

    การที่เขากระโดดลงมาสร้าง AI ด้วยตัวเอง จึงอาจเป็นหนทางเดียวที่เขาจะมั่นใจได้ว่า เทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ จะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง

    เรื่องราวของ xAI และ Nvidia จึงเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพอนาคต มันบอกเราว่าสนามรบที่สำคัญที่สุดในยุคต่อไป จะไม่ได้สู้กันด้วยอาวุธ แต่จะสู้กันด้วยพลังการประมวลผลและอัลกอริทึม

    ดีล 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในข่าวเศรษฐกิจ แต่เป็นเสียงปืนที่ดังขึ้นเพื่อบอกว่า การแข่งขันเพื่อสร้างอนาคตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ อาจจะได้ครอบครองกุญแจที่จะไขประตูสู่โลกยุคต่อไปเลยก็เป็นได้

    References : [reuters, bloomberg, forbes, techcrunch, x .ai]

    ◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
    หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
    หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
    คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
    ◣━━━━━━━━━━━━━━━◢

    .
    .
    ไลค์
    2
    0 ความคิดเห็น 0 แชร์ 236 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ไลค์
    Wow
    2
    0 ความคิดเห็น 0 แชร์ 211 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ครอบจักรวาล
    https://www.facebook.com/share/v/16PTQb2FrD/
    WWW.FACEBOOK.COM
    Facebook
    ความดัน เบาหวาน สะเก็ดเงิน #ต้นครอบจักรวาล #ต้นมะก่องข้าว #ต้นตลับ
    ไลค์
    รัก
    Wow
    3
    1 ความคิดเห็น 0 แชร์ 223 ยอดวิว 0 รีวิว
  • จะเป็นอย่างไรถ้าทีมวิจัยทั้งทีมมีแต่ AI?!
    .
    ทีมวิจัยจาก Stanford School of Medicine รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ได้ใช้ AI ในการพัฒนา “ห้องปฏิบัติการเสมือนจริง (Virtual Lab)” ที่รวมนักวิจัย AI หลายบทบาทมาทำงานร่วมกันแบบครบชุด ตั้งแต่หัวหน้าทีม (Principal Investigator) ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่าง ๆ และแม้กระทั่งนักวิจารณ์ที่คอยทักท้วงและหาช่องโหว่ในงานวิจัย
    .
    สิ่งที่ทำให้ Virtual Lab ก้าวหน้าไปอีกขั้นคือการใช้ Agentic AI หรือ AI ที่ทำงานร่วมกันอย่างอิสระ แต่ละระบบอ้างอิงข้อมูลจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สามารถดึงข้อมูล ใช้เครื่องมือที่หลากหลาย สื่อสารกันเอง และสื่อสารกับนักวิจัยมนุษย์ เพื่อช่วยกันแก้โจทย์ที่ซับซ้อนเหมือนการทำงานของทีมจริง
    .
    ทีมวิจัยได้ทดสอบ Virtual Lab ดังกล่าวด้วยการให้ AI คิดหาวิธีสร้างวัคซีนโควิด-19 ที่ดีกว่าเดิม เมื่อได้รับโจทย์ AI หัวหน้าทีมก็เริ่มแบ่งงานให้ AI ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกัน ชีวสารสนเทศ และแมชชีนเลิร์นนิง ก่อนจะประชุมหารือกันอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เวลาในการประชุมเพียงไม่กี่นาทีหรือแม้แต่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
    .
    และในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน Virtual Lab ก็สามารถคิดค้นวิธีการใช้ นาโนบอดี (Nanobody) แทน แอนติบอดี (Antibody) แบบเดิม เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า สามารถออกแบบและสร้างแบบจำลองโปรตีนได้ง่ายกว่า ผลการทดสอบในห้องแล็บจริงยืนยันว่าแนวคิดนี้ใช้ได้ผลกับทั้งสายพันธุ์เก่าและสายพันธุ์ใหม่ จึงมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้จริง เป็นการพิสูจน์ว่า Virtual Lab ดังกล่าวอาจสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับคำถามทางวิทยาศาสตร์อื่น และเดินหน้าค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ไปพร้อมกับมนุษย์ได้

    #BangkokBankInnoHub #InnoPop #VirtualLab #Scientists #งานวิจัย #นักวิทยาศาสตร์ #ปัญญาประดิษฐ์
    รัก
    ไลค์
    3
    0 ความคิดเห็น 0 แชร์ 198 ยอดวิว 0 รีวิว
More Stories