Aggiornamenti recenti
- เมต้านารวย โซเชียลเมืองไทย🌏 เมต้านารวย โซเชียลเมืองไทย พลิกโฉมเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ด้วยพลังของคนไทยและเทคโนโลยีใหม่แห่งอนาคต 🌱 บทนำ ในยุคที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิม เทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจใหม่ ประเทศที่พร้อมจะปรับตัวเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างความมั่นคงได้อย่างยั่งยืน“เมต้านารวย โซเชียลเมืองไทย (Meta Naruay Social Thailand)” คือโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่เกิดจากแนวคิดว่า 🌾...2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 172 ยอดวิว 0 รีวิว
7
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อ โพส ไลค์ แชร์ และแสดงความคิดเห็น สร้างรายได้ไปกับเมตตานารวย - 2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 170 ยอดวิว 0 รีวิว
7
- Michael Saylor ประกาศลั่นกลางดราม่า: “We are buying.” — ผม ไม่ได้ขาย BTC!
เมื่อคืนตลาดคริปโตเหมือนระเบิดใส่กลางวง
โซเชียลเดือด ข่าวลือกระหน่ำว่า Strategy แอบเท Bitcoin กว่า 47,000 BTC
หลายคนเริ่มใจสั่น คิดว่า “หรือเทพบิตคอยน์จะเทก่อน?”
แต่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา Saylor โผล่มาดับไฟ…แบบโคตรเดือด!
❝ไม่มีความจริงเลย… เราไม่ได้ขาย เรากำลังซื้อเพิ่มต่างหาก❞
ใช่ครับ… ไม่ใช่แค่ไม่ขาย แต่ เร่งซื้อ
---
ดราม่ามาจากไหน?
เช้าวันนี้มีรายงานว่า Strategy เคลื่อนย้าย BTC ปริมาณ 43,415 BTC มูลค่า $4.26B ไปยังกว่า 100 addresses
ทำให้หลายคนคิดว่า “นี่มันแรงขายชัด ๆ!”
แต่ข้อมูลจริงคือ…
✔ การย้ายครั้งนี้ ไม่ใช่การขาย
ตามข้อมูลล่าสุดจาก Arkham:
เป็นการย้ายจาก Coinbase Custody (ผู้ดูแลเดิม) → ไปยัง ผู้ดูแลสินทรัพย์รายใหม่ (new custodian)
ส่วนหนึ่งเป็น internal transfer ของ custodian รายใหม่
อีกส่วนเป็น การ refresh กระเป๋า ภายในของ Coinbase
Strategy มีประวัติ เปลี่ยน/หมุนกระเป๋าเก็บสินทรัพย์เป็นประจำ
ใครที่ตาม address ช่วง 2 สัปดาห์นี้จะเห็น pattern นี้ชัดมาก
สรุปง่าย ๆ:
Transfer ≠ ขาย
และ “address ของ Strategy” ใน Arkham ก็ไม่ได้แปลว่าเหรียญนั้นถูกขายทันที
ตรงกันข้าม—
ขณะที่ตลาดกลัว Saylor กลับใช้จังหวะนี้ ซื้อเพิ่ม
ข้อเท็จจริงที่คนควรรู้
Strategy ถือบิตคอยน์มากที่สุดในโลก: 640,000 BTC
ข่าวลือขาย 47K BTC = ไม่จริง
Saylor บอกใน CNBC ว่า
> “ลงทุน Bitcoin ต้องมองอย่างน้อย 4 ปี และรับความผันผวนให้ได้”
เขามองราคาตกเป็น “จังหวะสะสม”
ไม่ใช่เหตุให้ตื่น
มุมมองแบบไม่อ้อมค้อม
ช่วงราคาลง ข่าวลือจะโผล่มาไม่หยุด
แต่ถ้าบริษัมที่ถือ BTC มากที่สุดในโลก
ยัง “ซื้อเพิ่ม” ในวันที่ทุกคนกลัว
จบรอบ??....อาจจะยังน้า🚨 Michael Saylor ประกาศลั่นกลางดราม่า: “We are buying.” — ผม ไม่ได้ขาย BTC! เมื่อคืนตลาดคริปโตเหมือนระเบิดใส่กลางวง โซเชียลเดือด ข่าวลือกระหน่ำว่า Strategy แอบเท Bitcoin กว่า 47,000 BTC หลายคนเริ่มใจสั่น คิดว่า “หรือเทพบิตคอยน์จะเทก่อน?” แต่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา Saylor โผล่มาดับไฟ…แบบโคตรเดือด! ❝ไม่มีความจริงเลย… เราไม่ได้ขาย เรากำลังซื้อเพิ่มต่างหาก❞ ใช่ครับ… ไม่ใช่แค่ไม่ขาย แต่ เร่งซื้อ --- 🔍 ดราม่ามาจากไหน? เช้าวันนี้มีรายงานว่า Strategy เคลื่อนย้าย BTC ปริมาณ 43,415 BTC มูลค่า $4.26B ไปยังกว่า 100 addresses ทำให้หลายคนคิดว่า “นี่มันแรงขายชัด ๆ!” แต่ข้อมูลจริงคือ… ✔ การย้ายครั้งนี้ ไม่ใช่การขาย ตามข้อมูลล่าสุดจาก Arkham: เป็นการย้ายจาก Coinbase Custody (ผู้ดูแลเดิม) → ไปยัง ผู้ดูแลสินทรัพย์รายใหม่ (new custodian) ส่วนหนึ่งเป็น internal transfer ของ custodian รายใหม่ อีกส่วนเป็น การ refresh กระเป๋า ภายในของ Coinbase Strategy มีประวัติ เปลี่ยน/หมุนกระเป๋าเก็บสินทรัพย์เป็นประจำ ใครที่ตาม address ช่วง 2 สัปดาห์นี้จะเห็น pattern นี้ชัดมาก สรุปง่าย ๆ: Transfer ≠ ขาย และ “address ของ Strategy” ใน Arkham ก็ไม่ได้แปลว่าเหรียญนั้นถูกขายทันที ตรงกันข้าม— ขณะที่ตลาดกลัว Saylor กลับใช้จังหวะนี้ ซื้อเพิ่ม 📌 ข้อเท็จจริงที่คนควรรู้ Strategy ถือบิตคอยน์มากที่สุดในโลก: 640,000 BTC ข่าวลือขาย 47K BTC = ไม่จริง Saylor บอกใน CNBC ว่า > “ลงทุน Bitcoin ต้องมองอย่างน้อย 4 ปี และรับความผันผวนให้ได้” เขามองราคาตกเป็น “จังหวะสะสม” ไม่ใช่เหตุให้ตื่น มุมมองแบบไม่อ้อมค้อม ช่วงราคาลง ข่าวลือจะโผล่มาไม่หยุด แต่ถ้าบริษัมที่ถือ BTC มากที่สุดในโลก ยัง “ซื้อเพิ่ม” ในวันที่ทุกคนกลัว จบรอบ??....อาจจะยังน้า6 ความคิดเห็น 0 แชร์ 973 ยอดวิว 0 รีวิว
15
- เกมพลิก! สหรัฐฯ หัวเราะทีหลัง ใช้คริปโต 'ค้ำยัน' บัลลังก์ดอลลาร์แบบเหนือเมฆ
สวัสดีค่ะทุกคน นิคกี้เองนะคะ ช่วงนี้เราคงได้ยินข่าวปั่นมากมายเกี่ยวกับอนาคตของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้หลายคนกังวลว่าดอลลาร์กำลังจะล่มสลายหรือเปล่า หลังประเทศนั้นประเทศนี้เริ่มลดการพึ่งพาดอลลาร์กันแล้ว
แต่วันนี้นิคกี้จะมาเล่าให้ฟังในอีกมุมหนึ่งค่ะ ว่าทำไมดอลลาร์ถึงยัง "สตรอง" และไม่ล่มสลายง่ายๆ อย่างที่คิด เพราะจริงๆ แล้ว สหรัฐฯ เขาก็รู้ตัวและกำลังเดินเกมแก้อย่างเหนือชั้นมากๆ ค่ะ
สิ่งที่สหรัฐฯ ทำคือการออกกฎหมายที่นิคกี้ขอเรียกว่า "Genius Act" เลยค่ะ มันฉลาดสมชื่อจริงๆ เพราะกฎหมายนี้พุ่งเป้าไปที่การควบคุม Stablecoin ที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์โดยเฉพาะ
ถ้าใครยังไม่คุ้นเคย นิคกี้ขออธิบายง่ายๆ ว่า Stablecoin ก็คือ "เงินดอลลาร์ในเวอร์ชันดิจิทัล" ค่ะ มูลค่าของมันจะถูกตรึงไว้กับดอลลาร์แบบ 1 ต่อ 1 ทำให้ไม่ผันผวนเหมือนคริปโตสกุลอื่นๆ
ข้อดีของมันคือช่วยให้การโอนเงินข้ามโลกทำได้รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินแบบดั้งเดิมกับโลกดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อและไร้พรมแดน
ทีนี้ Genius Act ที่ว่านี้ จะเข้ามาบังคับให้ผู้ออก Stablecoin สกุลดอลลาร์ สินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่เป็นดอลลาร์หรือหลักทรัพย์รัฐบาลสหรัฐฯ หนุนหลังแบบ 1:1 ค่ะ
👉🏻 พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณจะออกเหรียญดิจิทัลมา 1 ดอลลาร์ คุณต้องมีสินทรัพย์มูลค่า 1 ดอลลาร์เก็บไว้จริงๆ
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญค่ะ เพราะเมื่อความต้องการใช้ Stablecoin เพิ่มขึ้น ผู้ออกเหรียญก็ต้องหาสินทรัพย์ที่มั่นคงที่สุดในโลกมาค้ำประกัน ซึ่งหนีไม่พ้น "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" (U.S. Treasuries) นั่นเอง นี่คือการสร้างความต้องการ (Demand) ใหม่ๆ ให้กับดอลลาร์ผ่านช่องทางดิจิทัลค่ะ
เราลองมาดูกราฟการเติบโตของ Market Cap หรือมูลค่าตลาดรวมของ USDT (ออกโดย Tether) และ USDC (ออกโดย Circle) ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันค่ะ จะเห็นเลยว่ากราฟมันพุ่งพรวดขึ้นอย่างก้าวกระโดด
การเติบโตนี้หมายความว่ามีเงินไหลเข้าสู่ระบบ Stablecoin มหาศาล และเงินเหล่านั้นก็ต้องถูกนำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มาเก็บไว้เป็นทุนสำรองตามไปด้วย
Stablecoin ใหญ่แค่ไหน เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราต้องมาดูกันก่อนว่าปกติแล้วใครคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐฯ บ้าง จากข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2025 ยอดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยต่างชาติทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 9,158.7 พันล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 9.16 ล้านล้านดอลลาร์ค่ะ
ประเทศที่ถือครองมากที่สุดอันดับหนึ่งยังคงเป็นญี่ปุ่น ที่ 1,151.4 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรที่ 899.3 พันล้านดอลลาร์ และจีนแผ่นดินใหญ่ที่ 730.7 พันล้านดอลลาร์
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง Stablecoin ค่ะ
เรามาดูที่พี่ใหญ่อย่าง USDT (Tether) กันก่อน จากรายงานล่าสุดในช่วงไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 ปี 2025 Tether มีการถือครอง U.S. Treasuries ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกันแล้วประมาณ 135 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขนี้ใหญ่มหาศาลแค่ไหน? ถ้าเราสมมติให้ Tether เป็น "ประเทศ" หนึ่งประเทศ พวกเขาจะกลายเป็นผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับที่ 17 ของโลกทันทีค่ะ
ใหญ่กว่าเกาหลีใต้ที่ถืออยู่ 132.5 พันล้านดอลลาร์ และซาอุดีอาระเบียที่ถืออยู่ 131.7 พันล้านดอลลาร์เสียอีก ตำแหน่งของ Tether จะแทรกอยู่ระหว่างบราซิล (201.7 พันล้านดอลลาร์) และเกาหลีใต้เลยทีเดียว
ทีนี้มาดูฝั่ง USDC (Circle) บ้างค่ะ จากข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2025 USDC มีมูลค่า reserve รวมราว 74 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในนั้นประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์ถูกลงทุนผ่าน Circle Reserve Fund ที่ถือ U.S. Treasuries และ Treasury repo เป็นหลัก
ซึ่งถ้าเรานับเฉพาะส่วนที่ผูกกับ Treasuries และ repo ก็พูดได้ว่ามีเงินระดับ กว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ไหลเข้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่าน USDC เพียงเหรียญเดียว
เห็นไหมคะว่าสหรัฐฯ กำลังใช้เทคโนโลยีการเงินยุคใหม่มาเป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพและความต้องการของเงินดอลลาร์ได้อย่างไร เมื่อรวมการถือครองของ USDT และ USDC เข้าด้วยกัน เรากำลังพูดถึงเม็ดเงินเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ที่ลงทุนอยู่ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
และด้วยแนวโน้มการเติบโตที่เห็นในกราฟ นิคกี้เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอค่ะ ที่เราจะได้เห็น Stablecoin เหล่านี้ ขยับอันดับขึ้นมาเรื่อยๆ และกลายมาเป็น Major Holder หรือผู้ถือครองหลักของ U.S. Treasuries ในอนาคต นี่คือเหตุผลว่าทำไมดอลลาร์ถึงยังแข็งแกร่งและไม่ล่มสลายง่ายๆ อย่างที่บางคนพยายามปั่นอยู่นั่นเองค่ะ🇺🇸 เกมพลิก! สหรัฐฯ หัวเราะทีหลัง ใช้คริปโต 'ค้ำยัน' บัลลังก์ดอลลาร์แบบเหนือเมฆ สวัสดีค่ะทุกคน นิคกี้เองนะคะ ช่วงนี้เราคงได้ยินข่าวปั่นมากมายเกี่ยวกับอนาคตของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้หลายคนกังวลว่าดอลลาร์กำลังจะล่มสลายหรือเปล่า หลังประเทศนั้นประเทศนี้เริ่มลดการพึ่งพาดอลลาร์กันแล้ว แต่วันนี้นิคกี้จะมาเล่าให้ฟังในอีกมุมหนึ่งค่ะ ว่าทำไมดอลลาร์ถึงยัง "สตรอง" และไม่ล่มสลายง่ายๆ อย่างที่คิด เพราะจริงๆ แล้ว สหรัฐฯ เขาก็รู้ตัวและกำลังเดินเกมแก้อย่างเหนือชั้นมากๆ ค่ะ สิ่งที่สหรัฐฯ ทำคือการออกกฎหมายที่นิคกี้ขอเรียกว่า "Genius Act" เลยค่ะ มันฉลาดสมชื่อจริงๆ เพราะกฎหมายนี้พุ่งเป้าไปที่การควบคุม Stablecoin ที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์โดยเฉพาะ ถ้าใครยังไม่คุ้นเคย นิคกี้ขออธิบายง่ายๆ ว่า Stablecoin ก็คือ "เงินดอลลาร์ในเวอร์ชันดิจิทัล" ค่ะ มูลค่าของมันจะถูกตรึงไว้กับดอลลาร์แบบ 1 ต่อ 1 ทำให้ไม่ผันผวนเหมือนคริปโตสกุลอื่นๆ ข้อดีของมันคือช่วยให้การโอนเงินข้ามโลกทำได้รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินแบบดั้งเดิมกับโลกดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อและไร้พรมแดน ทีนี้ Genius Act ที่ว่านี้ จะเข้ามาบังคับให้ผู้ออก Stablecoin สกุลดอลลาร์ สินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่เป็นดอลลาร์หรือหลักทรัพย์รัฐบาลสหรัฐฯ หนุนหลังแบบ 1:1 ค่ะ 👉🏻 พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณจะออกเหรียญดิจิทัลมา 1 ดอลลาร์ คุณต้องมีสินทรัพย์มูลค่า 1 ดอลลาร์เก็บไว้จริงๆ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญค่ะ เพราะเมื่อความต้องการใช้ Stablecoin เพิ่มขึ้น ผู้ออกเหรียญก็ต้องหาสินทรัพย์ที่มั่นคงที่สุดในโลกมาค้ำประกัน ซึ่งหนีไม่พ้น "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ" (U.S. Treasuries) นั่นเอง นี่คือการสร้างความต้องการ (Demand) ใหม่ๆ ให้กับดอลลาร์ผ่านช่องทางดิจิทัลค่ะ เราลองมาดูกราฟการเติบโตของ Market Cap หรือมูลค่าตลาดรวมของ USDT (ออกโดย Tether) และ USDC (ออกโดย Circle) ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันค่ะ จะเห็นเลยว่ากราฟมันพุ่งพรวดขึ้นอย่างก้าวกระโดด การเติบโตนี้หมายความว่ามีเงินไหลเข้าสู่ระบบ Stablecoin มหาศาล และเงินเหล่านั้นก็ต้องถูกนำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มาเก็บไว้เป็นทุนสำรองตามไปด้วย 💰 Stablecoin ใหญ่แค่ไหน เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ? เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราต้องมาดูกันก่อนว่าปกติแล้วใครคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐฯ บ้าง จากข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2025 ยอดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยต่างชาติทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 9,158.7 พันล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 9.16 ล้านล้านดอลลาร์ค่ะ ประเทศที่ถือครองมากที่สุดอันดับหนึ่งยังคงเป็นญี่ปุ่น ที่ 1,151.4 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรที่ 899.3 พันล้านดอลลาร์ และจีนแผ่นดินใหญ่ที่ 730.7 พันล้านดอลลาร์ 👀 แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง Stablecoin ค่ะ เรามาดูที่พี่ใหญ่อย่าง USDT (Tether) กันก่อน จากรายงานล่าสุดในช่วงไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 ปี 2025 Tether มีการถือครอง U.S. Treasuries ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกันแล้วประมาณ 135 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ใหญ่มหาศาลแค่ไหน? ถ้าเราสมมติให้ Tether เป็น "ประเทศ" หนึ่งประเทศ พวกเขาจะกลายเป็นผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับที่ 17 ของโลกทันทีค่ะ ใหญ่กว่าเกาหลีใต้ที่ถืออยู่ 132.5 พันล้านดอลลาร์ และซาอุดีอาระเบียที่ถืออยู่ 131.7 พันล้านดอลลาร์เสียอีก ตำแหน่งของ Tether จะแทรกอยู่ระหว่างบราซิล (201.7 พันล้านดอลลาร์) และเกาหลีใต้เลยทีเดียว ทีนี้มาดูฝั่ง USDC (Circle) บ้างค่ะ จากข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2025 USDC มีมูลค่า reserve รวมราว 74 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในนั้นประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์ถูกลงทุนผ่าน Circle Reserve Fund ที่ถือ U.S. Treasuries และ Treasury repo เป็นหลัก ซึ่งถ้าเรานับเฉพาะส่วนที่ผูกกับ Treasuries และ repo ก็พูดได้ว่ามีเงินระดับ กว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ไหลเข้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่าน USDC เพียงเหรียญเดียว เห็นไหมคะว่าสหรัฐฯ กำลังใช้เทคโนโลยีการเงินยุคใหม่มาเป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพและความต้องการของเงินดอลลาร์ได้อย่างไร เมื่อรวมการถือครองของ USDT และ USDC เข้าด้วยกัน เรากำลังพูดถึงเม็ดเงินเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ที่ลงทุนอยู่ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 🤯 และด้วยแนวโน้มการเติบโตที่เห็นในกราฟ นิคกี้เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอค่ะ ที่เราจะได้เห็น Stablecoin เหล่านี้ ขยับอันดับขึ้นมาเรื่อยๆ และกลายมาเป็น Major Holder หรือผู้ถือครองหลักของ U.S. Treasuries ในอนาคต นี่คือเหตุผลว่าทำไมดอลลาร์ถึงยังแข็งแกร่งและไม่ล่มสลายง่ายๆ อย่างที่บางคนพยายามปั่นอยู่นั่นเองค่ะ 💸✨5 ความคิดเห็น 1 แชร์ 1047 ยอดวิว 0 รีวิว
10
- อาหารเช้าๆๆ บรรยากาศเย็นๆอาหารเช้าๆๆ บรรยากาศเย็นๆ2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 205 ยอดวิว 0 รีวิว
8
- กาแฟไทย กาแฟนารวย สมุนไพรอัดแน่นกาแฟไทย กาแฟนารวย สมุนไพรอัดแน่น2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 262 ยอดวิว 0 รีวิว
6
- มหาโปรเจคหมื่นล้านมหาโปรเจคหมื่นล้าน3 ความคิดเห็น 0 แชร์ 223 ยอดวิว 0 รีวิว
9
- ชีวิตชนบท ไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่อย่างลำบากเสมอไป
เพราะวันนี้ “นาโนแม็กนารวย” ได้เปลี่ยนชีวิตชาวบ้านอีสานให้มีรายได้และผลผลิตงามขึ้นแบบเห็นได้ชัด
จากการตากข้าวตอนสาย ไปจนถึงนั่งใต้เถียงนาในยามเย็น — ทุกช่วงเวลาของ “บักต้น” และ “นางไหม” เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความภูมิใจในผลงานของตนเอง
ลดสารเคมี
เพิ่มผลผลิต
ปลอดภัยต่อดิน คน และสิ่งแวดล้อม
เพราะ “นาโนแม็กนารวย” ไม่ใช่แค่ปุ๋ย แต่เป็นตัวช่วยของคนทำมาหากินจริง
ชีวิตเรียบง่าย แต่รวยได้...
แค่มี นาโนแม็กนารวย อยู่ข้างนา
#นาโนแม็กนารวย #เกษตรยุคใหม่ #ชีวิตดีเพราะนาโนแม็ก #นารวยไทยแลนด์ #วิถีชาวบ้านยุคดิจิทัล2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 218 ยอดวิว 195 0 รีวิว
8
- สืบสานวัฒนธรรมไทยสืบสานวัฒนธรรมไทย2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 205 ยอดวิว 0 รีวิว
6
- https://real.naruayshop.com/?ref=Chomkorn
Naruay Coffee
ในโลกของกาแฟที่มีให้เลือกมากมาย “นารวยคอฟฟี่” โดดเด่นขึ้นมาในฐานะกาแฟเพื่อสุขภาพ ที่ไม่เพียงแต่ให้รสชาติหอมกรุ่นและกลมกล่อมเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและหุ่นเฟิร์ม
คลิปวิดีโอสั้น 8 วินาทีในคาเฟ่สุดหรู ถ่ายทอดบรรยากาศการดื่มกาแฟของหนุ่มหล่อและสาวสวยที่กำลังเพลิดเพลินกับแก้ว Naruay Coffee รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสุขภาพดี บ่งบอกชัดว่า… นี่ไม่ใช่กาแฟธรรมดา แต่คือกาแฟที่ “ตอบโจทย์ชีวิตและร่างกายไปพร้อมกัน”
จุดเด่นของ Naruay Coffee:
คุมหิวได้นาน 6–8 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องทานจุกจิกระหว่างวัน
ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย เหมาะกับคนที่อยากดูแลรูปร่าง
ไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมันทรานส์ ดีต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและยาว
ให้ความอร่อยเข้มข้น หอมละมุน แต่ไม่ทำลายสุขภาพ4 ความคิดเห็น 0 แชร์ 283 ยอดวิว 157 0 รีวิว
8
Altre storie