• #คนแก่ชวนมารวย
    เชื่อคนแก่เถอะ 0819091989

    https://youtube.com/shorts/YXybjt7b3-Y?si=fbD7nfTXO3oYLz7d
    #คนแก่ชวนมารวย เชื่อคนแก่เถอะ 0819091989 https://youtube.com/shorts/YXybjt7b3-Y?si=fbD7nfTXO3oYLz7d
    รัก
    ไลค์
    5
    4 ความคิดเห็น 0 แชร์ 90 ยอดวิว 0 รีวิว
  • สติ เป็นเจตสิกประเภทหนึ่ง เกิดกับจิตที่ดีงามเป็นกุศล
    สัมปชัญญะ เป็นอโมหะเจตสิก (ไม่หลง) ปัญญา สติสัมปชัญญะ อบรมภาวนา
    คนมีสติสัมปชัญญะดีน
    เคารพผู้ใหญ่ไปก็ลามาก็ไหว้
    เจอคนแก่ก็เลี่ยงทางให้
    เจอพระเจอเจ้าก็นมัสการ
    สติ เป็นเจตสิกประเภทหนึ่ง เกิดกับจิตที่ดีงามเป็นกุศล สัมปชัญญะ เป็นอโมหะเจตสิก (ไม่หลง) ปัญญา สติสัมปชัญญะ อบรมภาวนา คนมีสติสัมปชัญญะดีน เคารพผู้ใหญ่ไปก็ลามาก็ไหว้ เจอคนแก่ก็เลี่ยงทางให้ เจอพระเจอเจ้าก็นมัสการ
    รัก
    ไลค์
    Wow
    7
    2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 165 ยอดวิว 0 รีวิว
  • คนเกิดมาหนีความตายไปไม่ได้
    มีเกิดดับทำความดีให้เพียงพอ
    การทำความดีทำได้ทุกเวลา
    ทุกสถานที่ทุกเพศทุกวัย
    จะเป็นคนแก่คนหนุ่มคนสาว
    ทำได้หมดให้รีบทำความดีเสีย
    เดี๋ยวจะตายก่อนไม่ได้ทำนะ
    คนเกิดมาหนีความตายไปไม่ได้ มีเกิดดับทำความดีให้เพียงพอ การทำความดีทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ทุกเพศทุกวัย จะเป็นคนแก่คนหนุ่มคนสาว ทำได้หมดให้รีบทำความดีเสีย เดี๋ยวจะตายก่อนไม่ได้ทำนะ
    ไลค์
    6
    2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 154 ยอดวิว 0 รีวิว
  • สจฺจํ เว อมตา วาจา
    คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
    เกิดมาแล้วหนีความตายไม่ได้
    มีเกิดมีดับให้ทำความดี
    ให้เพียงพออย่าเลือกเวลา
    การทำความดีทำได้ทุกเวลา
    ทุกสถานที่ทุกเพศทุกวัย
    จะเป็นคนแก่คนหนุ่มคนสาว
    ทำได้หมดให้รีบทำความดีเสีย
    เดี๋ยวจะตายก่อนแล้วไม่ได้ทำ
    สจฺจํ เว อมตา วาจา คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เกิดมาแล้วหนีความตายไม่ได้ มีเกิดมีดับให้ทำความดี ให้เพียงพออย่าเลือกเวลา การทำความดีทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ทุกเพศทุกวัย จะเป็นคนแก่คนหนุ่มคนสาว ทำได้หมดให้รีบทำความดีเสีย เดี๋ยวจะตายก่อนแล้วไม่ได้ทำ
    ไลค์
    รัก
    ยิ้ม
    6
    3 ความคิดเห็น 0 แชร์ 217 ยอดวิว 0 รีวิว
  • เรื่องราวโดยย่อของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา มีดังนี้ครับ
    พระพุทธประวัติโดยย่อ
    ๑. ประสูติ (กำเนิด)
    * พระนามเดิม: เจ้าชายสิทธัตถะ โคตมะ (Siddhartha Gautama)
    * พระบิดา/พระมารดา: พระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์
    * สถานที่: สวนลุมพินีวัน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล)
    * วันสำคัญ: วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี)
    ๒. การออกผนวช (มหาภิเนษกรมณ์)
    * พระบิดาไม่ประสงค์ให้เจ้าชายสิทธัตถะออกบวช จึงให้อยู่แต่ในปราสาท ๓ ฤดู และอภิเษกสมรสกับพระนางยโสธรา จนมีพระโอรสคือพระราหุล
    * เมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงเสด็จประพาสอุทยาน และทอดพระเนตรเห็น "เทวทูต ๔" คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ (นักบวช) ทำให้ทรงตระหนักถึงความทุกข์ของสรรพสัตว์
    * คืนนั้นจึงตัดสินใจเสด็จออกผนวช เพื่อแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ให้แก่ชาวโลก
    ๓. การตรัสรู้
    * ทรงบำเพ็ญเพียรโดยการทรมานพระวรกาย (ทุกกรกิริยา) เป็นเวลา ๖ ปี แต่ไม่พบทางพ้นทุกข์ จึงหันมาบำเพ็ญเพียรทางจิตตามหลัก "มัชฌิมาปฏิปทา" (ทางสายกลาง)
    * ในที่สุด ทรงประทับนั่งบำเพ็ญสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา และทรงตรัสรู้เป็น "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
    ๔. การเผยแผ่พระธรรมและปรินิพพาน
    * หลังจากตรัสรู้แล้ว ทรงแสดงธรรมสั่งสอนประชาชนตลอดระยะเวลา ๔๕ พรรษา โดยมีหลักธรรมสำคัญคือ อริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)
    * ทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ใต้ต้นสาละคู่ ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ รวมพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา (วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ตรงกับวันเดียวกันคือ วันวิสาขบูชา)
    ภาพพระพุทธเจ้า
    เรื่องราวโดยย่อของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา มีดังนี้ครับ พระพุทธประวัติโดยย่อ ๑. ประสูติ (กำเนิด) * พระนามเดิม: เจ้าชายสิทธัตถะ โคตมะ (Siddhartha Gautama) * พระบิดา/พระมารดา: พระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ * สถานที่: สวนลุมพินีวัน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล) * วันสำคัญ: วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี) ๒. การออกผนวช (มหาภิเนษกรมณ์) * พระบิดาไม่ประสงค์ให้เจ้าชายสิทธัตถะออกบวช จึงให้อยู่แต่ในปราสาท ๓ ฤดู และอภิเษกสมรสกับพระนางยโสธรา จนมีพระโอรสคือพระราหุล * เมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงเสด็จประพาสอุทยาน และทอดพระเนตรเห็น "เทวทูต ๔" คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ (นักบวช) ทำให้ทรงตระหนักถึงความทุกข์ของสรรพสัตว์ * คืนนั้นจึงตัดสินใจเสด็จออกผนวช เพื่อแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ให้แก่ชาวโลก ๓. การตรัสรู้ * ทรงบำเพ็ญเพียรโดยการทรมานพระวรกาย (ทุกกรกิริยา) เป็นเวลา ๖ ปี แต่ไม่พบทางพ้นทุกข์ จึงหันมาบำเพ็ญเพียรทางจิตตามหลัก "มัชฌิมาปฏิปทา" (ทางสายกลาง) * ในที่สุด ทรงประทับนั่งบำเพ็ญสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา และทรงตรัสรู้เป็น "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ๔. การเผยแผ่พระธรรมและปรินิพพาน * หลังจากตรัสรู้แล้ว ทรงแสดงธรรมสั่งสอนประชาชนตลอดระยะเวลา ๔๕ พรรษา โดยมีหลักธรรมสำคัญคือ อริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) * ทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ใต้ต้นสาละคู่ ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ รวมพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา (วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ตรงกับวันเดียวกันคือ วันวิสาขบูชา) ภาพพระพุทธเจ้า
    ไลค์
    รัก
    ยิ้ม
    Wow
    6
    7 ความคิดเห็น 0 แชร์ 446 ยอดวิว 0 รีวิว
  • คนแกร่งใช่ว่าจะไร้น้ำตา
    เพียงสามารถวิ่งต่อไป แม้น้ำตาคลอ…
    คนแกร่งใช่ว่าจะไร้น้ำตา เพียงสามารถวิ่งต่อไป แม้น้ำตาคลอ…
    ไลค์
    รัก
    Wow
    9
    7 ความคิดเห็น 2 แชร์ 765 ยอดวิว 0 รีวิว
โหลดแอปเมต้านารวย