• Maximize Your Practice: The 2026 Clinic Owner’s Guide to Aesthetic ROI
    In the rapidly evolving landscape of 2026, clinic owners face a critical decision: when to upgrade their legacy hardware to keep pace with patient demands for "weekend surgeries" and high-definition results. The Aesthetic Devices Market developments of the last year have introduced a new generation of radiofrequency (RF) platforms, most notably InMode’s IgniteRF. While older 2022 systems like the original BodyTite were revolutionary for their time, the 2026 IgniteRF platform—featuring BodyTite Turbo and FaceTite Turbo—is designed specifically to address the modern clinic's need for faster throughput and superior safety margins. For practitioners, the shift isn't just about clinical efficacy; it's a strategic financial move to capture the surging "GLP-1 recovery" market, where patients are seeking rapid skin tightening after significant weight loss.

    Get Full Reports:https://www.marketresearchfuture.com/reports/aesthetic-devices-market-16218


    From an operational standpoint, the Return on Investment (ROI) for IgniteRF is significantly accelerated compared to its predecessors. The "Turbo" handpieces deliver 50% more power and feature 40% longer cannulas, allowing surgeons to treat larger body areas in nearly half the time. In a high-volume 2026 med-spa, reducing treatment time by 30-40% per patient effectively increases the daily room capacity without adding staff overhead. Furthermore, IgniteRF’s integrated Morpheus8 Burst technology allows for multi-level fractional treatments in a single pulse, meaning patients see results in fewer sessions—often just one. This "one-and-done" appeal justifies a premium price point, with many clinics reporting a full equipment break-even point within just 10 to 14 months of implementation.
    Maximize Your Practice: The 2026 Clinic Owner’s Guide to Aesthetic ROI In the rapidly evolving landscape of 2026, clinic owners face a critical decision: when to upgrade their legacy hardware to keep pace with patient demands for "weekend surgeries" and high-definition results. The Aesthetic Devices Market developments of the last year have introduced a new generation of radiofrequency (RF) platforms, most notably InMode’s IgniteRF. While older 2022 systems like the original BodyTite were revolutionary for their time, the 2026 IgniteRF platform—featuring BodyTite Turbo and FaceTite Turbo—is designed specifically to address the modern clinic's need for faster throughput and superior safety margins. For practitioners, the shift isn't just about clinical efficacy; it's a strategic financial move to capture the surging "GLP-1 recovery" market, where patients are seeking rapid skin tightening after significant weight loss. Get Full Reports:https://www.marketresearchfuture.com/reports/aesthetic-devices-market-16218 From an operational standpoint, the Return on Investment (ROI) for IgniteRF is significantly accelerated compared to its predecessors. The "Turbo" handpieces deliver 50% more power and feature 40% longer cannulas, allowing surgeons to treat larger body areas in nearly half the time. In a high-volume 2026 med-spa, reducing treatment time by 30-40% per patient effectively increases the daily room capacity without adding staff overhead. Furthermore, IgniteRF’s integrated Morpheus8 Burst technology allows for multi-level fractional treatments in a single pulse, meaning patients see results in fewer sessions—often just one. This "one-and-done" appeal justifies a premium price point, with many clinics reporting a full equipment break-even point within just 10 to 14 months of implementation.
    WWW.MARKETRESEARCHFUTURE.COM
    Aesthetic Devices Market Size, Trends, Growth Report 2035
    Aesthetic Devices Market is projected to register a CAGR of 7.0% to reach USD 33.25 Billion by the end of 2035, Aesthetic Devices Market Type, Application | Aesthetic Devices Industry
    ไลค์
    รัก
    2
    1 ความคิดเห็น 0 แชร์ 158 ยอดวิว 0 รีวิว
  • เวลาที่เราพูดถึง “AI” เพื่อนๆอาจนึกถึง ChatGPT ของ OpenAI, Copilot ของ Microsoft หรือ GPU ของ Nvidia แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะของเทคโนโลยีเหล่านั้น มีประเทศหนึ่งที่เป็นเหมือน “เครื่องยนต์ของโลก AI” นั่นคือ ไต้หวันครับ⁣

    [ทำไมไต้หวันคือหัวใจของ AI โลก]⁣

    ไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่ “ผลิตชิป” แต่คือระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกสำหรับยุค AI ตั้งแต่ สมองของ AI (ชิป) ไปจนถึง หัวใจของระบบ (Server, Memory, Power) ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ครับลองนึกภาพตามผมนะครับ⁣

    1. เริ่มจาก “สมองของ AI”⁣

    เบื้องหลังทุกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ เช่น Gemini หรือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ต้องใช้พลังประมวลผลจาก GPU ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับนาโนเมตร⁣

    หนึ่งในผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ UMC (2303.TW) โรงงานผลิตชิปอันดับ 2 ของไต้หวัน (รองจาก TSMC) ที่ผลิตชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI, IoT และยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น UMC คือ “สมอง” ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก⁣

    2. ต่อมาคือ “ร่างกาย” ของ AI = Server และ Data Center⁣
    AI ไม่สามารถคิดหรือทำงานได้ หากไม่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่รองรับการประมวลผล⁣

    -Wiwynn (6669.TW) คือผู้ผลิต AI Server ที่อยู่เบื้องหลัง Data Center ของ Microsoft Azure และ Google Cloud ทุกโมเดล AI ที่เพื่อนๆใช้อยู่ทุกวันนี้ มีโอกาสสูงที่จะรันอยู่บนเครื่องของ Wiwynn⁣

    -Quanta Computer (2382.TW) คือยักษ์ใหญ่ที่ผลิต Server ให้กับ Tesla, Nvidia และบริษัทคลาวด์ระดับโลก พวกเขาคือ “ร่างกาย” ที่ทำให้สมอง AI ทำงานได้จริง⁣

    -Wistron (3231.TW) เดิมเคยผลิตโน้ตบุ๊กให้ Dell และ HP แต่วันนี้คือผู้ประกอบ AI Server และระบบ Cloud ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก⁣

    3. “มือ” ที่ประกอบทุกอย่างให้สมบูรณ์⁣
    การสร้าง AI Infrastructure ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูงในการประกอบอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ⁣

    -Hon Hai (2317.TW) หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ Foxconn คือบริษัทแม่ของ iPhone และผู้นำการประกอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ วันนี้ Foxconn ไม่ได้ผลิตโทรศัพท์อย่างเดียว แต่เป็นผู้สร้าง Data Center สำหรับยุค AI⁣

    -Inventec (2356.TW) เป็นอีกหนึ่งบริษัทชั้นนำที่ผลิต Server และระบบ Storage สำหรับ Microsoft และ Amazon⁣

    บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ช่างเทคโนโลยี” ที่สร้างเครื่องจักรให้ AI ทำงานได้จริง⁣

    4. “พลัง” ที่หล่อเลี้ยง AI⁣
    AI ใช้พลังงานมหาศาลในแต่ละวินาที และทุก Data Center ต้องมีระบบจ่ายไฟที่เสถียรและปลอดภัย⁣

    -Lite-On Technology (LTC – 2301.TW) คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบพลังงานและออปโตอิเล็กทรอนิกส์ของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ทุกครั้งที่คุณสั่งให้ Gemini ทำงาน พลังงานที่ทำให้มันทำงาน อาจมาจากเทคโนโลยีของ Lite-On⁣

    5. “ระบบเลือด” ที่รักษาอุณหภูมิของสมอง AI⁣
    เมื่อเซิร์ฟเวอร์ทำงานเต็มกำลัง ความร้อนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ทั้งระบบอาจ “ล่ม”⁣

    -EMC (2383.TW) คือผู้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง ที่ใช้ในระบบวงจรระบายความร้อนและจัดการพลังงานของ AI Server เทคโนโลยีของ EMC คือสิ่งที่ทำให้ “สมองของ AI” ไม่ล้มกลางทาง⁣

    6. “ความจำ” ของ AI — พื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล⁣
    AI ต้องการหน่วยความจำขนาดใหญ่เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการเรียนรู้⁣

    -A-DATA (3260.TW) คือผู้นำระดับโลกด้านหน่วยความจำ (DRAM, SSD) ที่ใช้ในระบบประมวลผลและ AI Server ของทุกแบรนด์ใหญ่⁣

    7. “กล้ามเนื้อ” และอุปกรณ์เสริมของระบบ⁣

    -GIGABYTE (2376.TW) ผลิตเมนบอร์ด GPU และส่วนประกอบฮาร์ดแวร์สำหรับ AI และระบบประมวลผลระดับสูง⁣

    เดิมเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในหมู่เกมเมอร์ แต่วันนี้คือ “กล้ามเนื้อ” ของอุตสาหกรรม AI จะเห็นว่า AI จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่า ถ้าไม่มีไต้หวัน โลกก็ไม่มี AI⁣

    [นักลงทุนไทยจะเข้าถึงโอกาสนี้ได้อย่างไร?]⁣

    เมื่อเห็นความสำคัญของไต้หวันขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆคงจะมีคำถามว่าแล้วเราจะลงทุนยังไง คำตอบคือ TAIWANAI13 DR (Depositary Receipt) ที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย โดยอ้างอิงกับกองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF (00952.TW) ซึ่งลงทุนในหุ้นไต้หวัน 50 บริษัทชั้นนำด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงทั้ง 10 บริษัทข้างต้น⁣

    [จุดเด่นของ TAIWANAI13]⁣

    -ครอบคลุมทุกห่วงโซ่ของ AI Hardware⁣
    -ลงทุนในบริษัทที่เป็น “หัวใจของเศรษฐกิจ AI โลก”⁣
    -ซื้อขายง่ายในตลาดหุ้นไทย เหมือนหุ้นทั่วไป⁣
    -โอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของ Data Center และ AI ทั่วโลก⁣

    [จาก “หัวใจ AI” สู่โอกาสในมือเพื่อนๆ]⁣

    โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวและ “ไต้หวัน” คือหัวใจที่สูบฉีดพลังให้เทคโนโลยีนี้เติบโตได้จริงตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ พลังงาน ไปจนถึงหน่วยความจำและระบบระบายความร้อน⁣

    วันนี้นักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องมองไกล เพราะเพื่อนๆสามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้ง่าย ๆ ผ่าน TAIWANAI13 สำหรับ “การเติบโตในยุค AI”⁣⁣
    ⁣⁣
    ข้อมูลเพิ่มเติม ⁣https://www.thaiwarrant.com/dr/TAIWANAI13

    บางครั้ง โอกาสที่เปลี่ยนอนาคตการลงทุนของเพื่อนๆ อาจเริ่มต้นจากหุ้นในไต้หวัน เกาะเล็ก ๆ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบ ⁣⁣
    ⁣⁣
    #TAIWANAI13 #KGI #TAMEIG
    เวลาที่เราพูดถึง “AI” เพื่อนๆอาจนึกถึง ChatGPT ของ OpenAI, Copilot ของ Microsoft หรือ GPU ของ Nvidia แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะของเทคโนโลยีเหล่านั้น มีประเทศหนึ่งที่เป็นเหมือน “เครื่องยนต์ของโลก AI” นั่นคือ ไต้หวันครับ⁣ ⁣ [ทำไมไต้หวันคือหัวใจของ AI โลก]⁣ ⁣ ไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่ “ผลิตชิป” แต่คือระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกสำหรับยุค AI ตั้งแต่ สมองของ AI (ชิป) ไปจนถึง หัวใจของระบบ (Server, Memory, Power) ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ครับลองนึกภาพตามผมนะครับ⁣ ⁣ 1. เริ่มจาก “สมองของ AI”⁣ ⁣ เบื้องหลังทุกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ เช่น Gemini หรือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ต้องใช้พลังประมวลผลจาก GPU ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับนาโนเมตร⁣ ⁣ หนึ่งในผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ UMC (2303.TW) โรงงานผลิตชิปอันดับ 2 ของไต้หวัน (รองจาก TSMC) ที่ผลิตชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI, IoT และยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น UMC คือ “สมอง” ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก⁣ ⁣ 2. ต่อมาคือ “ร่างกาย” ของ AI = Server และ Data Center⁣ AI ไม่สามารถคิดหรือทำงานได้ หากไม่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่รองรับการประมวลผล⁣ ⁣ -Wiwynn (6669.TW) คือผู้ผลิต AI Server ที่อยู่เบื้องหลัง Data Center ของ Microsoft Azure และ Google Cloud ทุกโมเดล AI ที่เพื่อนๆใช้อยู่ทุกวันนี้ มีโอกาสสูงที่จะรันอยู่บนเครื่องของ Wiwynn⁣ ⁣ -Quanta Computer (2382.TW) คือยักษ์ใหญ่ที่ผลิต Server ให้กับ Tesla, Nvidia และบริษัทคลาวด์ระดับโลก พวกเขาคือ “ร่างกาย” ที่ทำให้สมอง AI ทำงานได้จริง⁣ ⁣ -Wistron (3231.TW) เดิมเคยผลิตโน้ตบุ๊กให้ Dell และ HP แต่วันนี้คือผู้ประกอบ AI Server และระบบ Cloud ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก⁣ ⁣ 3. “มือ” ที่ประกอบทุกอย่างให้สมบูรณ์⁣ การสร้าง AI Infrastructure ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูงในการประกอบอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ⁣ ⁣ -Hon Hai (2317.TW) หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ Foxconn คือบริษัทแม่ของ iPhone และผู้นำการประกอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ วันนี้ Foxconn ไม่ได้ผลิตโทรศัพท์อย่างเดียว แต่เป็นผู้สร้าง Data Center สำหรับยุค AI⁣ ⁣ -Inventec (2356.TW) เป็นอีกหนึ่งบริษัทชั้นนำที่ผลิต Server และระบบ Storage สำหรับ Microsoft และ Amazon⁣ ⁣ บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ช่างเทคโนโลยี” ที่สร้างเครื่องจักรให้ AI ทำงานได้จริง⁣ ⁣ 4. “พลัง” ที่หล่อเลี้ยง AI⁣ AI ใช้พลังงานมหาศาลในแต่ละวินาที และทุก Data Center ต้องมีระบบจ่ายไฟที่เสถียรและปลอดภัย⁣ ⁣ -Lite-On Technology (LTC – 2301.TW) คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบพลังงานและออปโตอิเล็กทรอนิกส์ของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ทุกครั้งที่คุณสั่งให้ Gemini ทำงาน พลังงานที่ทำให้มันทำงาน อาจมาจากเทคโนโลยีของ Lite-On⁣ ⁣ 5. “ระบบเลือด” ที่รักษาอุณหภูมิของสมอง AI⁣ เมื่อเซิร์ฟเวอร์ทำงานเต็มกำลัง ความร้อนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ทั้งระบบอาจ “ล่ม”⁣ ⁣ -EMC (2383.TW) คือผู้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง ที่ใช้ในระบบวงจรระบายความร้อนและจัดการพลังงานของ AI Server เทคโนโลยีของ EMC คือสิ่งที่ทำให้ “สมองของ AI” ไม่ล้มกลางทาง⁣ ⁣ 6. “ความจำ” ของ AI — พื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล⁣ AI ต้องการหน่วยความจำขนาดใหญ่เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการเรียนรู้⁣ ⁣ -A-DATA (3260.TW) คือผู้นำระดับโลกด้านหน่วยความจำ (DRAM, SSD) ที่ใช้ในระบบประมวลผลและ AI Server ของทุกแบรนด์ใหญ่⁣ ⁣ 7. “กล้ามเนื้อ” และอุปกรณ์เสริมของระบบ⁣ ⁣ -GIGABYTE (2376.TW) ผลิตเมนบอร์ด GPU และส่วนประกอบฮาร์ดแวร์สำหรับ AI และระบบประมวลผลระดับสูง⁣ ⁣ เดิมเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในหมู่เกมเมอร์ แต่วันนี้คือ “กล้ามเนื้อ” ของอุตสาหกรรม AI จะเห็นว่า AI จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่า ถ้าไม่มีไต้หวัน โลกก็ไม่มี AI⁣ ⁣ [นักลงทุนไทยจะเข้าถึงโอกาสนี้ได้อย่างไร?]⁣ ⁣ เมื่อเห็นความสำคัญของไต้หวันขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆคงจะมีคำถามว่าแล้วเราจะลงทุนยังไง คำตอบคือ TAIWANAI13 DR (Depositary Receipt) ที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย โดยอ้างอิงกับกองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF (00952.TW) ซึ่งลงทุนในหุ้นไต้หวัน 50 บริษัทชั้นนำด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงทั้ง 10 บริษัทข้างต้น⁣ ⁣ [จุดเด่นของ TAIWANAI13]⁣ ⁣ -ครอบคลุมทุกห่วงโซ่ของ AI Hardware⁣ -ลงทุนในบริษัทที่เป็น “หัวใจของเศรษฐกิจ AI โลก”⁣ -ซื้อขายง่ายในตลาดหุ้นไทย เหมือนหุ้นทั่วไป⁣ -โอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของ Data Center และ AI ทั่วโลก⁣ ⁣ [จาก “หัวใจ AI” สู่โอกาสในมือเพื่อนๆ]⁣ ⁣ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวและ “ไต้หวัน” คือหัวใจที่สูบฉีดพลังให้เทคโนโลยีนี้เติบโตได้จริงตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ พลังงาน ไปจนถึงหน่วยความจำและระบบระบายความร้อน⁣ ⁣ วันนี้นักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องมองไกล เพราะเพื่อนๆสามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้ง่าย ๆ ผ่าน TAIWANAI13 สำหรับ “การเติบโตในยุค AI”⁣⁣ ⁣⁣ ข้อมูลเพิ่มเติม ⁣https://www.thaiwarrant.com/dr/TAIWANAI13 ⁣ บางครั้ง โอกาสที่เปลี่ยนอนาคตการลงทุนของเพื่อนๆ อาจเริ่มต้นจากหุ้นในไต้หวัน เกาะเล็ก ๆ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบ 🙂⁣⁣ ⁣⁣ #TAIWANAI13 #KGI #TAMEIG⁣
    ไลค์
    รัก
    10
    7 ความคิดเห็น 0 แชร์ 1562 ยอดวิว 0 รีวิว
  • เมื่อ AI พบกับอวกาศ… และ NVIDIA มอบ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา” ให้ Elon Musk ด้วยตัวเอง!

    ภาพนี้โคตรเหนือจริง — Jensen Huang (CEO ของ NVIDIA) เดินผ่านแถววิศวกรในฐาน Starbase ของ SpaceX พร้อมเสียงเชียร์และรอยยิ้ม ก่อนจะถือ “กล่องปริศนา” เข้าไปหา Elon Musk… แล้ววางลงบนโต๊ะในโรงอาหาร

    กล่องนั้นคือ NVIDIA DGX Spark
    ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดเท่ากระดาษพับ น้ำหนักแค่ 1.2 กิโล…
    แต่พลัง 1 เพตะฟล็อป! (เทียบเท่าเครื่องใหญ่ทั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์)

    เล็กแค่นี้ แต่รันโมเดล AI ขนาด 200,000,000,000 พารามิเตอร์ ได้แบบ Local
    ไม่ต้องพึ่ง Cloud ไม่ต้องต่อศูนย์ข้อมูล อยู่บนโต๊ะก็ยิง AI ได้ระดับโลก!

    และภาพตำนานก็เกิดขึ้น
    Jensen: “ลองจินตนาการดู… ส่งคอมฯ ที่เล็กที่สุด ไปไว้ข้าง ๆ จรวดที่ใหญ่ที่สุด”
    Musk: (หัวเราะ) “จัดไป!”

    การมอบ DGX Spark เกิดขึ้นในจังหวะที่ SpaceX กำลังจะทดสอบ Starship ครั้งที่ 11 — ยานขนส่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

    AI + จรวด = อนาคตที่โคตรไกลกว่าที่คิด

    DGX Spark = AI Supercomputer ยุคใหม่
    ภายในมี…
    NVIDIA GB10 Grace Blackwell Superchip
    Unified memory 128GB (CPU/GPU ใช้ร่วมกัน)
    NVLink-C2C แบนด์วิธแรงกว่า PCIe 5 เท่า
    NVIDIA AI Software Stack ครบชุด (Frameworks, Models, NIM microservices)

    นี่ไม่ใช่ dev box ธรรมดา
    แต่มันคือ Launchpad ของ AI รุ่นถัดไป

    สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า
    DGX Spark ไม่ได้ให้แค่ Elon Musk
    แต่มันเริ่ม “ลงจอด” ทั่วโลก:

    Ollama (Palo Alto) → เปลี่ยนวิธีรัน LLM แบบ Local

    NYU Frontier Lab → วิจัย AI เน้นความเป็นส่วนตัว

    Zipline → สร้างโดรนขนส่งอัตโนมัติ

    ASU → จำลองหุ่นยนต์ที่ Edge

    Refik Anadol → ศิลปิน AI ระดับโลก

    และต่อไป…
    Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo, MSI, GIGABYTE เตรียมปล่อยเวอร์ชันของตัวเอง
    Desktop ธรรมดาของเรากำลังจะกลายเป็น AI Launchpad!

    นี่คือจุดเริ่มต้นของ AI นอกดาต้าเซ็นเตอร์
    NVIDIA ทำให้ “พลังระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์”
    เอื้อมถึงได้จริง
    หยิบขึ้นมา เปิดฝา แล้วเริ่มสร้างอนาคตได้เลย

    DGX Spark จะวางขาย 15 ตุลาคมนี้บน NVIDIA.com และผ่านพาร์ทเนอร์ทั่วโลก

    คำถามชวนคิด
    ถ้าคุณมี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พกพา” ที่รัน AI ระดับ 200B ได้…
    คุณจะเอาไปสร้างอะไรเป็นอย่างแรก?

    #NVIDIA #DGXSpark #ElonMusk #SpaceX #Starship #AIRevolution #Supercomputer #AIHardware #NextGenAI #TechNews #อนาคตมาแล้ว #OCZ #Overclockzone

    อ่านต่อ: https://www.overclockzone.com/view-14067
    🚀 เมื่อ AI พบกับอวกาศ… และ NVIDIA มอบ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา” ให้ Elon Musk ด้วยตัวเอง! ภาพนี้โคตรเหนือจริง — Jensen Huang (CEO ของ NVIDIA) เดินผ่านแถววิศวกรในฐาน Starbase ของ SpaceX พร้อมเสียงเชียร์และรอยยิ้ม ก่อนจะถือ “กล่องปริศนา” เข้าไปหา Elon Musk… แล้ววางลงบนโต๊ะในโรงอาหาร กล่องนั้นคือ NVIDIA DGX Spark ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดเท่ากระดาษพับ น้ำหนักแค่ 1.2 กิโล… แต่พลัง 1 เพตะฟล็อป! (เทียบเท่าเครื่องใหญ่ทั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์) 😱 เล็กแค่นี้ แต่รันโมเดล AI ขนาด 200,000,000,000 พารามิเตอร์ ได้แบบ Local ไม่ต้องพึ่ง Cloud ไม่ต้องต่อศูนย์ข้อมูล อยู่บนโต๊ะก็ยิง AI ได้ระดับโลก! 🎬 และภาพตำนานก็เกิดขึ้น Jensen: “ลองจินตนาการดู… ส่งคอมฯ ที่เล็กที่สุด ไปไว้ข้าง ๆ จรวดที่ใหญ่ที่สุด” Musk: (หัวเราะ) “จัดไป!” การมอบ DGX Spark เกิดขึ้นในจังหวะที่ SpaceX กำลังจะทดสอบ Starship ครั้งที่ 11 — ยานขนส่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ AI + จรวด = อนาคตที่โคตรไกลกว่าที่คิด 🧠 DGX Spark = AI Supercomputer ยุคใหม่ ภายในมี… ✅ NVIDIA GB10 Grace Blackwell Superchip ✅ Unified memory 128GB (CPU/GPU ใช้ร่วมกัน) ✅ NVLink-C2C แบนด์วิธแรงกว่า PCIe 5 เท่า ✅ NVIDIA AI Software Stack ครบชุด (Frameworks, Models, NIM microservices) นี่ไม่ใช่ dev box ธรรมดา แต่มันคือ Launchpad ของ AI รุ่นถัดไป 🔥 สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า DGX Spark ไม่ได้ให้แค่ Elon Musk แต่มันเริ่ม “ลงจอด” ทั่วโลก: Ollama (Palo Alto) → เปลี่ยนวิธีรัน LLM แบบ Local NYU Frontier Lab → วิจัย AI เน้นความเป็นส่วนตัว Zipline → สร้างโดรนขนส่งอัตโนมัติ ASU → จำลองหุ่นยนต์ที่ Edge Refik Anadol → ศิลปิน AI ระดับโลก และต่อไป… Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo, MSI, GIGABYTE เตรียมปล่อยเวอร์ชันของตัวเอง Desktop ธรรมดาของเรากำลังจะกลายเป็น AI Launchpad! 🧨 นี่คือจุดเริ่มต้นของ AI นอกดาต้าเซ็นเตอร์ NVIDIA ทำให้ “พลังระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์” เอื้อมถึงได้จริง หยิบขึ้นมา เปิดฝา แล้วเริ่มสร้างอนาคตได้เลย DGX Spark จะวางขาย 15 ตุลาคมนี้บน NVIDIA.com และผ่านพาร์ทเนอร์ทั่วโลก 💭 คำถามชวนคิด ถ้าคุณมี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พกพา” ที่รัน AI ระดับ 200B ได้… 👉 คุณจะเอาไปสร้างอะไรเป็นอย่างแรก? #NVIDIA #DGXSpark #ElonMusk #SpaceX #Starship #AIRevolution #Supercomputer #AIHardware #NextGenAI #TechNews #อนาคตมาแล้ว #OCZ #Overclockzone อ่านต่อ: https://www.overclockzone.com/view-14067
    ไลค์
    รัก
    หัวเราะ
    12
    5 ความคิดเห็น 0 แชร์ 1511 ยอดวิว 0 รีวิว
โหลดแอปเมต้านารวย