• จีนบรรลุความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อก AI ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า ใช้พลังงานน้อยกว่า 100 เท่า ผ่านเทคโนโลยี RRAM ทะลุข้อจำกัดความแม่นยำระดับ 24-บิต เปิดศักราชใหม่ของการประมวลผลพลังงานต่ำ
    SCMP รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อกสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลงานคณิตศาสตร์ซับซ้อนได้เร็วกว่าชิป GPU รุ่นท็อปของ Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า พร้อมใช้พลังงานต่ำกว่าระบบดิจิทัลปัจจุบันถึง 100 เท่า ตามบทความวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Electronics ฉบับ 13 ตุลาคม ชิปต้นแบบใช้เทคโนโลยี Resistive Random-Access Memory (RRAM) ที่ช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นในตัววัสดุเดียวกัน ขจัดปัญหาคอขวดของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์แบบดิจิทัลที่ต้องแยกส่วนหน่วยความจำและการประมวลผล

    ซุน จง หัวหน้าทีมนักวิจัยจาก Institute for Artificial Intelligence ระบุว่า การค้นพบนี้เป็นการเอาชนะข้อจำกัดด้านความแม่นยำของอะนาล็อกคอมพิวติ้งที่เป็นปัญหามานานกว่าศตวรรษ โดยสามารถรักษาความละเอียดระดับ 24-บิต เทียบเท่าการคำนวณแบบดิจิทัล ผลการทดสอบการแก้สมการเมทริกซ์ขนาดใหญ่และการจำลองระบบสัญญาณแสดงให้เห็นว่า ชิปดังกล่าวมีประสิทธิภาพเหนือกว่าชิปดิจิทัลระดับสูงในตลาดหลายร้อยถึงหลายพันเท่า ขณะใช้พลังงานเพียงร้อยละไม่กี่ของระบบปกติ เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสสำหรับการพัฒนาคอมพิวติ้งพลังงานต่ำในยุค AI และ 6G รวมถึงการประยุกต์ใช้ใน Edge AI และการเรียนรู้ของเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์ #imctnews รายงาน
    จีนบรรลุความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อก AI 📌ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า ใช้พลังงานน้อยกว่า 100 เท่า ผ่านเทคโนโลยี RRAM ทะลุข้อจำกัดความแม่นยำระดับ 24-บิต เปิดศักราชใหม่ของการประมวลผลพลังงานต่ำ 👉SCMP รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิปอะนาล็อกสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลงานคณิตศาสตร์ซับซ้อนได้เร็วกว่าชิป GPU รุ่นท็อปของ Nvidia H100 ถึง 1,000 เท่า พร้อมใช้พลังงานต่ำกว่าระบบดิจิทัลปัจจุบันถึง 100 เท่า ตามบทความวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Electronics ฉบับ 13 ตุลาคม ชิปต้นแบบใช้เทคโนโลยี Resistive Random-Access Memory (RRAM) ที่ช่วยให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเกิดขึ้นในตัววัสดุเดียวกัน ขจัดปัญหาคอขวดของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์แบบดิจิทัลที่ต้องแยกส่วนหน่วยความจำและการประมวลผล ซุน จง หัวหน้าทีมนักวิจัยจาก Institute for Artificial Intelligence ระบุว่า การค้นพบนี้เป็นการเอาชนะข้อจำกัดด้านความแม่นยำของอะนาล็อกคอมพิวติ้งที่เป็นปัญหามานานกว่าศตวรรษ โดยสามารถรักษาความละเอียดระดับ 24-บิต เทียบเท่าการคำนวณแบบดิจิทัล ผลการทดสอบการแก้สมการเมทริกซ์ขนาดใหญ่และการจำลองระบบสัญญาณแสดงให้เห็นว่า ชิปดังกล่าวมีประสิทธิภาพเหนือกว่าชิปดิจิทัลระดับสูงในตลาดหลายร้อยถึงหลายพันเท่า ขณะใช้พลังงานเพียงร้อยละไม่กี่ของระบบปกติ เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสสำหรับการพัฒนาคอมพิวติ้งพลังงานต่ำในยุค AI และ 6G รวมถึงการประยุกต์ใช้ใน Edge AI และการเรียนรู้ของเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์ #imctnews รายงาน
    ไลค์
    รัก
    6
    1 ความคิดเห็น 0 แชร์ 903 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ถ้าถามว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร หลายคนอาจจะนึกถึงน้ำมัน, ทองคำ หรือข้อมูล แต่ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล คำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากกว่านั้น นั่นคือ “พลังการประมวลผล”

    และตอนนี้ ชายที่ส่งจรวดไปดาวอังคารและสร้างรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นที่นิยมทั่วโลกอย่าง Elon Musk กำลังจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองทรัพยากรที่ว่านี้

    xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์น้องใหม่ที่ Elon Musk ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการสร้าง AI ที่มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์

    แต่การจะสร้าง “สมอง” ที่ฉลาดที่สุดในโลกได้นั้น มันจำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด และส่วนประกอบที่ว่านี้ก็กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลก

    สิ่งนั้นคือชิปประมวลผลกราฟิก หรือ GPU จากบริษัทที่ชื่อว่า Nvidia ซึ่งเปรียบเสมือนเซลล์ประสาทนับล้านล้านเซลล์ ที่จะประกอบกันขึ้นเป็นสมองกลอัจฉริยะ

    นี่คือที่มาของแผนการครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อมีรายงานว่า xAI กำลังวางแผนระดมทุนก้อนมหึมา ที่มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ เจ็ดแสนสี่หมื่นล้านบาท

    คำถามสำคัญคือ ทำไมเขาถึงต้องการเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น? และทำไมเงินทั้งหมดนี้ ถึงมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การซื้อชิปจากบริษัทเดียวเป็นหลัก

    เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจและเทคโนโลยี แต่มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ที่อาจจะกำหนดทิศทางอนาคตของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

    หากย้อนกลับไปในยุคตื่นทองที่แคลิฟอร์เนียราวปี 1849 ผู้คนที่ร่ำรวยที่สุด ไม่ใช่คนที่ขุดเจอทองเสมอไป แต่คือคนที่ขายพลั่ว, จอบ และอุปกรณ์ให้กับนักขุดทอง

    วันนี้เรากำลังอยู่ในยุคตื่นทองครั้งใหม่ นั่นคือยุคตื่น AI ทุกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft หรือ Meta ต่างก็กระโจนเข้ามาเป็น “นักขุดทอง” กันอย่างบ้าคลั่ง

    และบริษัทที่รับบทเป็นคนขาย “พลั่ว” ที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็คือ Nvidia นั่นเอง ชิป GPU ของพวกเขากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้าง AI ที่ทรงพลัง

    Elon Musk เข้าใจเกมนี้ดีกว่าใคร เขาเห็นคู่แข่งอย่าง OpenAI ที่ได้รับการหนุนหลังจาก Microsoft หรือ DeepMind ที่มีทรัพยากรแทบไม่จำกัดของ Google การที่ xAI ซึ่งเป็นผู้เล่นหน้าใหม่จะลงสนามแข่งได้ เขาต้องมี “พลั่ว” ที่ดีที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะหาได้

    นี่จึงเป็นที่มาของตัวเลข 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอจะสั่นสะเทือนวงการการเงินและเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กัน

    เป้าหมายของเงินก้อนนี้ชัดเจนมาก นั่นคือการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งอนาคต เพื่อเป็นโรงงานผลิตปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรือที่เรียกกันว่า AGI (Artificial General Intelligence)

    AGI ไม่ใช่ AI ทั่วไปที่เราใช้กันทุกวันนี้ แต่มันคือ AI ที่มีความเข้าใจ มีเหตุผล และเรียนรู้ได้หลากหลายเหมือนมนุษย์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์

    ปัจจุบัน xAI มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า Colossus ซึ่งใช้ชิป GPU รุ่นท็อปอย่าง Nvidia H100 ไปแล้วหลายหมื่นตัว แต่นั่นเป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น

    แผนการต่อไปคือการขยายขนาดของ Colossus ให้มีชิป GPU มากถึง 200,000 ตัว และเป้าหมายสุดท้ายคือการสร้าง Colossus 2 ซึ่งอาจต้องใช้ชิปมากถึงหนึ่งล้านตัวเลยทีเดียว

    ลองนึกภาพตามนะครับ ชิป H100 หนึ่งตัวมีราคาเฉลี่ยราว 3-4 หมื่นดอลลาร์ การจะซื้อชิปให้ได้หนึ่งล้านตัว อาจต้องใช้เงินสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าเงินที่ระดมทุนในรอบนี้เสียอีก

    แต่เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดของดีลนี้ มันมีอะไรที่ซับซ้อนไปกว่าการเป็นแค่ผู้ซื้อกับผู้ขาย เพราะมีรายงานว่า Nvidia เองก็จะเข้ามาร่วมลงทุนใน xAI ด้วย

    นี่คือจุดที่ทำให้เรื่องราวแตกต่างไปจากยุคตื่นทองในอดีต มันเหมือนกับว่าคนขายพลั่วที่รวยที่สุด ไม่ได้แค่ขายอุปกรณ์ แต่ยังมองขาดว่าเหมืองไหนมีแววจะเจอทองมากที่สุด แล้วตัดสินใจเข้าไปร่วมลงทุนในเหมืองนั้นด้วยตัวเองเลย

    ดีลนี้จึงเป็นสถานการณ์ที่ Win-Win สำหรับ Nvidia อย่างแท้จริง ในด้านหนึ่ง พวกเขาได้ลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งซื้อสินค้าล็อตมโหฬาร และในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็ได้เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท AI ที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต

    การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่า Nvidia ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ AI ทั้งหมด

    แน่นอนว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การทุ่มเงินมหาศาลไปกับฮาร์ดแวร์ที่ราคาแพงและตกรุ่นเร็วมาก ถือเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สูงลิ่ว

    มีการประเมินกันว่าแค่ในปี 2025 ปีเดียว xAI อาจจะต้อง “เผาเงินสด” หรือใช้จ่ายเงินไปกับการดำเนินงานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

    นอกจากนี้ เงินทุนส่วนใหญ่ยังมาจากหนี้สิน ซึ่งหมายความว่า xAI ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยและการชำระคืนมหาศาล หากโมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นมาไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดหวัง ก็อาจจะนำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินได้

    นี่คือการเดิมพันที่แท้จริง ระหว่างวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ Elon Musk กับความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกธุรกิจ ที่ทุกอย่างวัดกันที่ผลกำไรและกระแสเงินสด

    แต่สำหรับชายคนนี้ ความเสี่ยงดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ที่เคยเกือบล้มละลาย หรือ Tesla ที่เคยถูกปรามาสว่าจะไปไม่รอด

    หลายคนอาจมองว่า Musk เป็นนักฝันที่บ้าบิ่น แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขามักจะมีภาพใหญ่ซ่อนอยู่เสมอ การสร้าง xAI ก็เช่นกัน

    ลองจินตนาการดูว่า ถ้า xAI สามารถสร้าง AGI ที่ทรงพลังขึ้นมาได้จริงๆ มันจะกลายเป็น “สมองกลาง” ที่เชื่อมต่ออาณาจักรทั้งหมดของเขาเข้าไว้ด้วยกัน

    มันอาจจะถูกนำไปใช้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบของรถยนต์ Tesla ให้สมบูรณ์แบบ, ใช้ในการคำนวณภารกิจที่ซับซ้อนเพื่อส่งมนุษย์ไปดาวอังคารของ SpaceX หรือแม้กระทั่งทำงานร่วมกับชิปฝังสมองของ Neuralink

    xAI จึงไม่ใช่แค่บริษัท AI อีกแห่งหนึ่ง แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุด ที่จะมาเติมเต็มวิสัยทัศน์ทั้งหมดของ Elon Musk ให้กลายเป็นความจริง

    ดังนั้น บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การระดมทุน มันคือการประกาศอย่างเป็นทางการว่ามนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันทางเทคโนโลยี

    การแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อแย่งชิงดินแดนหรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้าง “สติปัญญา” ในรูปแบบใหม่ขึ้นมา

    หาก xAI ทำสำเร็จ มันอาจจะช่วยให้เราค้นพบวิธีรักษโรคร้าย, แก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ หรือปลดล็อกความลับของจักรวาลได้

    แต่ในทางกลับกัน มันก็มาพร้อมกับคำถามสำคัญด้านจริยธรรมและความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ Musk เองก็เคยออกมาแสดงความกังวลอยู่บ่อยครั้ง

    การที่เขากระโดดลงมาสร้าง AI ด้วยตัวเอง จึงอาจเป็นหนทางเดียวที่เขาจะมั่นใจได้ว่า เทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ จะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง

    เรื่องราวของ xAI และ Nvidia จึงเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพอนาคต มันบอกเราว่าสนามรบที่สำคัญที่สุดในยุคต่อไป จะไม่ได้สู้กันด้วยอาวุธ แต่จะสู้กันด้วยพลังการประมวลผลและอัลกอริทึม

    ดีล 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในข่าวเศรษฐกิจ แต่เป็นเสียงปืนที่ดังขึ้นเพื่อบอกว่า การแข่งขันเพื่อสร้างอนาคตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ อาจจะได้ครอบครองกุญแจที่จะไขประตูสู่โลกยุคต่อไปเลยก็เป็นได้

    References : [reuters, bloomberg, forbes, techcrunch, x .ai]

    ◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
    หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
    หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
    คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
    ◣━━━━━━━━━━━━━━━◢

    .
    .
    ถ้าถามว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21 คืออะไร หลายคนอาจจะนึกถึงน้ำมัน, ทองคำ หรือข้อมูล แต่ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล คำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากกว่านั้น นั่นคือ “พลังการประมวลผล” และตอนนี้ ชายที่ส่งจรวดไปดาวอังคารและสร้างรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นที่นิยมทั่วโลกอย่าง Elon Musk กำลังจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองทรัพยากรที่ว่านี้ xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์น้องใหม่ที่ Elon Musk ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการสร้าง AI ที่มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์ แต่การจะสร้าง “สมอง” ที่ฉลาดที่สุดในโลกได้นั้น มันจำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด และส่วนประกอบที่ว่านี้ก็กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลก สิ่งนั้นคือชิปประมวลผลกราฟิก หรือ GPU จากบริษัทที่ชื่อว่า Nvidia ซึ่งเปรียบเสมือนเซลล์ประสาทนับล้านล้านเซลล์ ที่จะประกอบกันขึ้นเป็นสมองกลอัจฉริยะ นี่คือที่มาของแผนการครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อมีรายงานว่า xAI กำลังวางแผนระดมทุนก้อนมหึมา ที่มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ เจ็ดแสนสี่หมื่นล้านบาท คำถามสำคัญคือ ทำไมเขาถึงต้องการเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น? และทำไมเงินทั้งหมดนี้ ถึงมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การซื้อชิปจากบริษัทเดียวเป็นหลัก เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจและเทคโนโลยี แต่มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ที่อาจจะกำหนดทิศทางอนาคตของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้ หากย้อนกลับไปในยุคตื่นทองที่แคลิฟอร์เนียราวปี 1849 ผู้คนที่ร่ำรวยที่สุด ไม่ใช่คนที่ขุดเจอทองเสมอไป แต่คือคนที่ขายพลั่ว, จอบ และอุปกรณ์ให้กับนักขุดทอง วันนี้เรากำลังอยู่ในยุคตื่นทองครั้งใหม่ นั่นคือยุคตื่น AI ทุกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft หรือ Meta ต่างก็กระโจนเข้ามาเป็น “นักขุดทอง” กันอย่างบ้าคลั่ง และบริษัทที่รับบทเป็นคนขาย “พลั่ว” ที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็คือ Nvidia นั่นเอง ชิป GPU ของพวกเขากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้าง AI ที่ทรงพลัง Elon Musk เข้าใจเกมนี้ดีกว่าใคร เขาเห็นคู่แข่งอย่าง OpenAI ที่ได้รับการหนุนหลังจาก Microsoft หรือ DeepMind ที่มีทรัพยากรแทบไม่จำกัดของ Google การที่ xAI ซึ่งเป็นผู้เล่นหน้าใหม่จะลงสนามแข่งได้ เขาต้องมี “พลั่ว” ที่ดีที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะหาได้ นี่จึงเป็นที่มาของตัวเลข 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอจะสั่นสะเทือนวงการการเงินและเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กัน เป้าหมายของเงินก้อนนี้ชัดเจนมาก นั่นคือการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งอนาคต เพื่อเป็นโรงงานผลิตปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรือที่เรียกกันว่า AGI (Artificial General Intelligence) AGI ไม่ใช่ AI ทั่วไปที่เราใช้กันทุกวันนี้ แต่มันคือ AI ที่มีความเข้าใจ มีเหตุผล และเรียนรู้ได้หลากหลายเหมือนมนุษย์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน xAI มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า Colossus ซึ่งใช้ชิป GPU รุ่นท็อปอย่าง Nvidia H100 ไปแล้วหลายหมื่นตัว แต่นั่นเป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น แผนการต่อไปคือการขยายขนาดของ Colossus ให้มีชิป GPU มากถึง 200,000 ตัว และเป้าหมายสุดท้ายคือการสร้าง Colossus 2 ซึ่งอาจต้องใช้ชิปมากถึงหนึ่งล้านตัวเลยทีเดียว ลองนึกภาพตามนะครับ ชิป H100 หนึ่งตัวมีราคาเฉลี่ยราว 3-4 หมื่นดอลลาร์ การจะซื้อชิปให้ได้หนึ่งล้านตัว อาจต้องใช้เงินสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าเงินที่ระดมทุนในรอบนี้เสียอีก แต่เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดของดีลนี้ มันมีอะไรที่ซับซ้อนไปกว่าการเป็นแค่ผู้ซื้อกับผู้ขาย เพราะมีรายงานว่า Nvidia เองก็จะเข้ามาร่วมลงทุนใน xAI ด้วย นี่คือจุดที่ทำให้เรื่องราวแตกต่างไปจากยุคตื่นทองในอดีต มันเหมือนกับว่าคนขายพลั่วที่รวยที่สุด ไม่ได้แค่ขายอุปกรณ์ แต่ยังมองขาดว่าเหมืองไหนมีแววจะเจอทองมากที่สุด แล้วตัดสินใจเข้าไปร่วมลงทุนในเหมืองนั้นด้วยตัวเองเลย ดีลนี้จึงเป็นสถานการณ์ที่ Win-Win สำหรับ Nvidia อย่างแท้จริง ในด้านหนึ่ง พวกเขาได้ลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งซื้อสินค้าล็อตมโหฬาร และในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็ได้เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท AI ที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่า Nvidia ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ AI ทั้งหมด แน่นอนว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การทุ่มเงินมหาศาลไปกับฮาร์ดแวร์ที่ราคาแพงและตกรุ่นเร็วมาก ถือเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สูงลิ่ว มีการประเมินกันว่าแค่ในปี 2025 ปีเดียว xAI อาจจะต้อง “เผาเงินสด” หรือใช้จ่ายเงินไปกับการดำเนินงานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว นอกจากนี้ เงินทุนส่วนใหญ่ยังมาจากหนี้สิน ซึ่งหมายความว่า xAI ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยและการชำระคืนมหาศาล หากโมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นมาไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดหวัง ก็อาจจะนำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินได้ นี่คือการเดิมพันที่แท้จริง ระหว่างวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ Elon Musk กับความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกธุรกิจ ที่ทุกอย่างวัดกันที่ผลกำไรและกระแสเงินสด แต่สำหรับชายคนนี้ ความเสี่ยงดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ที่เคยเกือบล้มละลาย หรือ Tesla ที่เคยถูกปรามาสว่าจะไปไม่รอด หลายคนอาจมองว่า Musk เป็นนักฝันที่บ้าบิ่น แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขามักจะมีภาพใหญ่ซ่อนอยู่เสมอ การสร้าง xAI ก็เช่นกัน ลองจินตนาการดูว่า ถ้า xAI สามารถสร้าง AGI ที่ทรงพลังขึ้นมาได้จริงๆ มันจะกลายเป็น “สมองกลาง” ที่เชื่อมต่ออาณาจักรทั้งหมดของเขาเข้าไว้ด้วยกัน มันอาจจะถูกนำไปใช้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบของรถยนต์ Tesla ให้สมบูรณ์แบบ, ใช้ในการคำนวณภารกิจที่ซับซ้อนเพื่อส่งมนุษย์ไปดาวอังคารของ SpaceX หรือแม้กระทั่งทำงานร่วมกับชิปฝังสมองของ Neuralink xAI จึงไม่ใช่แค่บริษัท AI อีกแห่งหนึ่ง แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุด ที่จะมาเติมเต็มวิสัยทัศน์ทั้งหมดของ Elon Musk ให้กลายเป็นความจริง ดังนั้น บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การระดมทุน มันคือการประกาศอย่างเป็นทางการว่ามนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันทางเทคโนโลยี การแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อแย่งชิงดินแดนหรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้าง “สติปัญญา” ในรูปแบบใหม่ขึ้นมา หาก xAI ทำสำเร็จ มันอาจจะช่วยให้เราค้นพบวิธีรักษโรคร้าย, แก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ หรือปลดล็อกความลับของจักรวาลได้ แต่ในทางกลับกัน มันก็มาพร้อมกับคำถามสำคัญด้านจริยธรรมและความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ Musk เองก็เคยออกมาแสดงความกังวลอยู่บ่อยครั้ง การที่เขากระโดดลงมาสร้าง AI ด้วยตัวเอง จึงอาจเป็นหนทางเดียวที่เขาจะมั่นใจได้ว่า เทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ จะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง เรื่องราวของ xAI และ Nvidia จึงเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพอนาคต มันบอกเราว่าสนามรบที่สำคัญที่สุดในยุคต่อไป จะไม่ได้สู้กันด้วยอาวุธ แต่จะสู้กันด้วยพลังการประมวลผลและอัลกอริทึม ดีล 2 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในข่าวเศรษฐกิจ แต่เป็นเสียงปืนที่ดังขึ้นเพื่อบอกว่า การแข่งขันเพื่อสร้างอนาคตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ อาจจะได้ครอบครองกุญแจที่จะไขประตูสู่โลกยุคต่อไปเลยก็เป็นได้ References : [reuters, bloomberg, forbes, techcrunch, x .ai] ◤━━━━━━━━━━━━━━━◥ หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์' หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์' คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม ◣━━━━━━━━━━━━━━━◢ . .
    ไลค์
    รัก
    Wow
    8
    3 ความคิดเห็น 1 แชร์ 1766 ยอดวิว 0 รีวิว
  • เวลาที่เราพูดถึง “AI” เพื่อนๆอาจนึกถึง ChatGPT ของ OpenAI, Copilot ของ Microsoft หรือ GPU ของ Nvidia แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะของเทคโนโลยีเหล่านั้น มีประเทศหนึ่งที่เป็นเหมือน “เครื่องยนต์ของโลก AI” นั่นคือ ไต้หวันครับ⁣

    [ทำไมไต้หวันคือหัวใจของ AI โลก]⁣

    ไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่ “ผลิตชิป” แต่คือระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกสำหรับยุค AI ตั้งแต่ สมองของ AI (ชิป) ไปจนถึง หัวใจของระบบ (Server, Memory, Power) ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ครับลองนึกภาพตามผมนะครับ⁣

    1. เริ่มจาก “สมองของ AI”⁣

    เบื้องหลังทุกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ เช่น Gemini หรือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ต้องใช้พลังประมวลผลจาก GPU ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับนาโนเมตร⁣

    หนึ่งในผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ UMC (2303.TW) โรงงานผลิตชิปอันดับ 2 ของไต้หวัน (รองจาก TSMC) ที่ผลิตชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI, IoT และยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น UMC คือ “สมอง” ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก⁣

    2. ต่อมาคือ “ร่างกาย” ของ AI = Server และ Data Center⁣
    AI ไม่สามารถคิดหรือทำงานได้ หากไม่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่รองรับการประมวลผล⁣

    -Wiwynn (6669.TW) คือผู้ผลิต AI Server ที่อยู่เบื้องหลัง Data Center ของ Microsoft Azure และ Google Cloud ทุกโมเดล AI ที่เพื่อนๆใช้อยู่ทุกวันนี้ มีโอกาสสูงที่จะรันอยู่บนเครื่องของ Wiwynn⁣

    -Quanta Computer (2382.TW) คือยักษ์ใหญ่ที่ผลิต Server ให้กับ Tesla, Nvidia และบริษัทคลาวด์ระดับโลก พวกเขาคือ “ร่างกาย” ที่ทำให้สมอง AI ทำงานได้จริง⁣

    -Wistron (3231.TW) เดิมเคยผลิตโน้ตบุ๊กให้ Dell และ HP แต่วันนี้คือผู้ประกอบ AI Server และระบบ Cloud ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก⁣

    3. “มือ” ที่ประกอบทุกอย่างให้สมบูรณ์⁣
    การสร้าง AI Infrastructure ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูงในการประกอบอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ⁣

    -Hon Hai (2317.TW) หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ Foxconn คือบริษัทแม่ของ iPhone และผู้นำการประกอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ วันนี้ Foxconn ไม่ได้ผลิตโทรศัพท์อย่างเดียว แต่เป็นผู้สร้าง Data Center สำหรับยุค AI⁣

    -Inventec (2356.TW) เป็นอีกหนึ่งบริษัทชั้นนำที่ผลิต Server และระบบ Storage สำหรับ Microsoft และ Amazon⁣

    บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ช่างเทคโนโลยี” ที่สร้างเครื่องจักรให้ AI ทำงานได้จริง⁣

    4. “พลัง” ที่หล่อเลี้ยง AI⁣
    AI ใช้พลังงานมหาศาลในแต่ละวินาที และทุก Data Center ต้องมีระบบจ่ายไฟที่เสถียรและปลอดภัย⁣

    -Lite-On Technology (LTC – 2301.TW) คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบพลังงานและออปโตอิเล็กทรอนิกส์ของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ทุกครั้งที่คุณสั่งให้ Gemini ทำงาน พลังงานที่ทำให้มันทำงาน อาจมาจากเทคโนโลยีของ Lite-On⁣

    5. “ระบบเลือด” ที่รักษาอุณหภูมิของสมอง AI⁣
    เมื่อเซิร์ฟเวอร์ทำงานเต็มกำลัง ความร้อนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ทั้งระบบอาจ “ล่ม”⁣

    -EMC (2383.TW) คือผู้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง ที่ใช้ในระบบวงจรระบายความร้อนและจัดการพลังงานของ AI Server เทคโนโลยีของ EMC คือสิ่งที่ทำให้ “สมองของ AI” ไม่ล้มกลางทาง⁣

    6. “ความจำ” ของ AI — พื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล⁣
    AI ต้องการหน่วยความจำขนาดใหญ่เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการเรียนรู้⁣

    -A-DATA (3260.TW) คือผู้นำระดับโลกด้านหน่วยความจำ (DRAM, SSD) ที่ใช้ในระบบประมวลผลและ AI Server ของทุกแบรนด์ใหญ่⁣

    7. “กล้ามเนื้อ” และอุปกรณ์เสริมของระบบ⁣

    -GIGABYTE (2376.TW) ผลิตเมนบอร์ด GPU และส่วนประกอบฮาร์ดแวร์สำหรับ AI และระบบประมวลผลระดับสูง⁣

    เดิมเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในหมู่เกมเมอร์ แต่วันนี้คือ “กล้ามเนื้อ” ของอุตสาหกรรม AI จะเห็นว่า AI จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่า ถ้าไม่มีไต้หวัน โลกก็ไม่มี AI⁣

    [นักลงทุนไทยจะเข้าถึงโอกาสนี้ได้อย่างไร?]⁣

    เมื่อเห็นความสำคัญของไต้หวันขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆคงจะมีคำถามว่าแล้วเราจะลงทุนยังไง คำตอบคือ TAIWANAI13 DR (Depositary Receipt) ที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย โดยอ้างอิงกับกองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF (00952.TW) ซึ่งลงทุนในหุ้นไต้หวัน 50 บริษัทชั้นนำด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงทั้ง 10 บริษัทข้างต้น⁣

    [จุดเด่นของ TAIWANAI13]⁣

    -ครอบคลุมทุกห่วงโซ่ของ AI Hardware⁣
    -ลงทุนในบริษัทที่เป็น “หัวใจของเศรษฐกิจ AI โลก”⁣
    -ซื้อขายง่ายในตลาดหุ้นไทย เหมือนหุ้นทั่วไป⁣
    -โอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของ Data Center และ AI ทั่วโลก⁣

    [จาก “หัวใจ AI” สู่โอกาสในมือเพื่อนๆ]⁣

    โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวและ “ไต้หวัน” คือหัวใจที่สูบฉีดพลังให้เทคโนโลยีนี้เติบโตได้จริงตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ พลังงาน ไปจนถึงหน่วยความจำและระบบระบายความร้อน⁣

    วันนี้นักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องมองไกล เพราะเพื่อนๆสามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้ง่าย ๆ ผ่าน TAIWANAI13 สำหรับ “การเติบโตในยุค AI”⁣⁣
    ⁣⁣
    ข้อมูลเพิ่มเติม ⁣https://www.thaiwarrant.com/dr/TAIWANAI13

    บางครั้ง โอกาสที่เปลี่ยนอนาคตการลงทุนของเพื่อนๆ อาจเริ่มต้นจากหุ้นในไต้หวัน เกาะเล็ก ๆ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบ ⁣⁣
    ⁣⁣
    #TAIWANAI13 #KGI #TAMEIG
    เวลาที่เราพูดถึง “AI” เพื่อนๆอาจนึกถึง ChatGPT ของ OpenAI, Copilot ของ Microsoft หรือ GPU ของ Nvidia แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะของเทคโนโลยีเหล่านั้น มีประเทศหนึ่งที่เป็นเหมือน “เครื่องยนต์ของโลก AI” นั่นคือ ไต้หวันครับ⁣ ⁣ [ทำไมไต้หวันคือหัวใจของ AI โลก]⁣ ⁣ ไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่ “ผลิตชิป” แต่คือระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกสำหรับยุค AI ตั้งแต่ สมองของ AI (ชิป) ไปจนถึง หัวใจของระบบ (Server, Memory, Power) ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ครับลองนึกภาพตามผมนะครับ⁣ ⁣ 1. เริ่มจาก “สมองของ AI”⁣ ⁣ เบื้องหลังทุกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ เช่น Gemini หรือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ต้องใช้พลังประมวลผลจาก GPU ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับนาโนเมตร⁣ ⁣ หนึ่งในผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ UMC (2303.TW) โรงงานผลิตชิปอันดับ 2 ของไต้หวัน (รองจาก TSMC) ที่ผลิตชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI, IoT และยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น UMC คือ “สมอง” ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลก⁣ ⁣ 2. ต่อมาคือ “ร่างกาย” ของ AI = Server และ Data Center⁣ AI ไม่สามารถคิดหรือทำงานได้ หากไม่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่รองรับการประมวลผล⁣ ⁣ -Wiwynn (6669.TW) คือผู้ผลิต AI Server ที่อยู่เบื้องหลัง Data Center ของ Microsoft Azure และ Google Cloud ทุกโมเดล AI ที่เพื่อนๆใช้อยู่ทุกวันนี้ มีโอกาสสูงที่จะรันอยู่บนเครื่องของ Wiwynn⁣ ⁣ -Quanta Computer (2382.TW) คือยักษ์ใหญ่ที่ผลิต Server ให้กับ Tesla, Nvidia และบริษัทคลาวด์ระดับโลก พวกเขาคือ “ร่างกาย” ที่ทำให้สมอง AI ทำงานได้จริง⁣ ⁣ -Wistron (3231.TW) เดิมเคยผลิตโน้ตบุ๊กให้ Dell และ HP แต่วันนี้คือผู้ประกอบ AI Server และระบบ Cloud ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก⁣ ⁣ 3. “มือ” ที่ประกอบทุกอย่างให้สมบูรณ์⁣ การสร้าง AI Infrastructure ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูงในการประกอบอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ⁣ ⁣ -Hon Hai (2317.TW) หรือที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ Foxconn คือบริษัทแม่ของ iPhone และผู้นำการประกอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ วันนี้ Foxconn ไม่ได้ผลิตโทรศัพท์อย่างเดียว แต่เป็นผู้สร้าง Data Center สำหรับยุค AI⁣ ⁣ -Inventec (2356.TW) เป็นอีกหนึ่งบริษัทชั้นนำที่ผลิต Server และระบบ Storage สำหรับ Microsoft และ Amazon⁣ ⁣ บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ช่างเทคโนโลยี” ที่สร้างเครื่องจักรให้ AI ทำงานได้จริง⁣ ⁣ 4. “พลัง” ที่หล่อเลี้ยง AI⁣ AI ใช้พลังงานมหาศาลในแต่ละวินาที และทุก Data Center ต้องมีระบบจ่ายไฟที่เสถียรและปลอดภัย⁣ ⁣ -Lite-On Technology (LTC – 2301.TW) คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบพลังงานและออปโตอิเล็กทรอนิกส์ของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ทุกครั้งที่คุณสั่งให้ Gemini ทำงาน พลังงานที่ทำให้มันทำงาน อาจมาจากเทคโนโลยีของ Lite-On⁣ ⁣ 5. “ระบบเลือด” ที่รักษาอุณหภูมิของสมอง AI⁣ เมื่อเซิร์ฟเวอร์ทำงานเต็มกำลัง ความร้อนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี ทั้งระบบอาจ “ล่ม”⁣ ⁣ -EMC (2383.TW) คือผู้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง ที่ใช้ในระบบวงจรระบายความร้อนและจัดการพลังงานของ AI Server เทคโนโลยีของ EMC คือสิ่งที่ทำให้ “สมองของ AI” ไม่ล้มกลางทาง⁣ ⁣ 6. “ความจำ” ของ AI — พื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล⁣ AI ต้องการหน่วยความจำขนาดใหญ่เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการเรียนรู้⁣ ⁣ -A-DATA (3260.TW) คือผู้นำระดับโลกด้านหน่วยความจำ (DRAM, SSD) ที่ใช้ในระบบประมวลผลและ AI Server ของทุกแบรนด์ใหญ่⁣ ⁣ 7. “กล้ามเนื้อ” และอุปกรณ์เสริมของระบบ⁣ ⁣ -GIGABYTE (2376.TW) ผลิตเมนบอร์ด GPU และส่วนประกอบฮาร์ดแวร์สำหรับ AI และระบบประมวลผลระดับสูง⁣ ⁣ เดิมเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในหมู่เกมเมอร์ แต่วันนี้คือ “กล้ามเนื้อ” ของอุตสาหกรรม AI จะเห็นว่า AI จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่มีบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่า ถ้าไม่มีไต้หวัน โลกก็ไม่มี AI⁣ ⁣ [นักลงทุนไทยจะเข้าถึงโอกาสนี้ได้อย่างไร?]⁣ ⁣ เมื่อเห็นความสำคัญของไต้หวันขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆคงจะมีคำถามว่าแล้วเราจะลงทุนยังไง คำตอบคือ TAIWANAI13 DR (Depositary Receipt) ที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้นไทย โดยอ้างอิงกับกองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF (00952.TW) ซึ่งลงทุนในหุ้นไต้หวัน 50 บริษัทชั้นนำด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงทั้ง 10 บริษัทข้างต้น⁣ ⁣ [จุดเด่นของ TAIWANAI13]⁣ ⁣ -ครอบคลุมทุกห่วงโซ่ของ AI Hardware⁣ -ลงทุนในบริษัทที่เป็น “หัวใจของเศรษฐกิจ AI โลก”⁣ -ซื้อขายง่ายในตลาดหุ้นไทย เหมือนหุ้นทั่วไป⁣ -โอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของ Data Center และ AI ทั่วโลก⁣ ⁣ [จาก “หัวใจ AI” สู่โอกาสในมือเพื่อนๆ]⁣ ⁣ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวและ “ไต้หวัน” คือหัวใจที่สูบฉีดพลังให้เทคโนโลยีนี้เติบโตได้จริงตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ พลังงาน ไปจนถึงหน่วยความจำและระบบระบายความร้อน⁣ ⁣ วันนี้นักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องมองไกล เพราะเพื่อนๆสามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้ง่าย ๆ ผ่าน TAIWANAI13 สำหรับ “การเติบโตในยุค AI”⁣⁣ ⁣⁣ ข้อมูลเพิ่มเติม ⁣https://www.thaiwarrant.com/dr/TAIWANAI13 ⁣ บางครั้ง โอกาสที่เปลี่ยนอนาคตการลงทุนของเพื่อนๆ อาจเริ่มต้นจากหุ้นในไต้หวัน เกาะเล็ก ๆ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบ 🙂⁣⁣ ⁣⁣ #TAIWANAI13 #KGI #TAMEIG⁣
    ไลค์
    รัก
    10
    7 ความคิดเห็น 0 แชร์ 1524 ยอดวิว 0 รีวิว
  • เมื่อ AI พบกับอวกาศ… และ NVIDIA มอบ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา” ให้ Elon Musk ด้วยตัวเอง!

    ภาพนี้โคตรเหนือจริง — Jensen Huang (CEO ของ NVIDIA) เดินผ่านแถววิศวกรในฐาน Starbase ของ SpaceX พร้อมเสียงเชียร์และรอยยิ้ม ก่อนจะถือ “กล่องปริศนา” เข้าไปหา Elon Musk… แล้ววางลงบนโต๊ะในโรงอาหาร

    กล่องนั้นคือ NVIDIA DGX Spark
    ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดเท่ากระดาษพับ น้ำหนักแค่ 1.2 กิโล…
    แต่พลัง 1 เพตะฟล็อป! (เทียบเท่าเครื่องใหญ่ทั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์)

    เล็กแค่นี้ แต่รันโมเดล AI ขนาด 200,000,000,000 พารามิเตอร์ ได้แบบ Local
    ไม่ต้องพึ่ง Cloud ไม่ต้องต่อศูนย์ข้อมูล อยู่บนโต๊ะก็ยิง AI ได้ระดับโลก!

    และภาพตำนานก็เกิดขึ้น
    Jensen: “ลองจินตนาการดู… ส่งคอมฯ ที่เล็กที่สุด ไปไว้ข้าง ๆ จรวดที่ใหญ่ที่สุด”
    Musk: (หัวเราะ) “จัดไป!”

    การมอบ DGX Spark เกิดขึ้นในจังหวะที่ SpaceX กำลังจะทดสอบ Starship ครั้งที่ 11 — ยานขนส่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

    AI + จรวด = อนาคตที่โคตรไกลกว่าที่คิด

    DGX Spark = AI Supercomputer ยุคใหม่
    ภายในมี…
    NVIDIA GB10 Grace Blackwell Superchip
    Unified memory 128GB (CPU/GPU ใช้ร่วมกัน)
    NVLink-C2C แบนด์วิธแรงกว่า PCIe 5 เท่า
    NVIDIA AI Software Stack ครบชุด (Frameworks, Models, NIM microservices)

    นี่ไม่ใช่ dev box ธรรมดา
    แต่มันคือ Launchpad ของ AI รุ่นถัดไป

    สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า
    DGX Spark ไม่ได้ให้แค่ Elon Musk
    แต่มันเริ่ม “ลงจอด” ทั่วโลก:

    Ollama (Palo Alto) → เปลี่ยนวิธีรัน LLM แบบ Local

    NYU Frontier Lab → วิจัย AI เน้นความเป็นส่วนตัว

    Zipline → สร้างโดรนขนส่งอัตโนมัติ

    ASU → จำลองหุ่นยนต์ที่ Edge

    Refik Anadol → ศิลปิน AI ระดับโลก

    และต่อไป…
    Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo, MSI, GIGABYTE เตรียมปล่อยเวอร์ชันของตัวเอง
    Desktop ธรรมดาของเรากำลังจะกลายเป็น AI Launchpad!

    นี่คือจุดเริ่มต้นของ AI นอกดาต้าเซ็นเตอร์
    NVIDIA ทำให้ “พลังระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์”
    เอื้อมถึงได้จริง
    หยิบขึ้นมา เปิดฝา แล้วเริ่มสร้างอนาคตได้เลย

    DGX Spark จะวางขาย 15 ตุลาคมนี้บน NVIDIA.com และผ่านพาร์ทเนอร์ทั่วโลก

    คำถามชวนคิด
    ถ้าคุณมี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พกพา” ที่รัน AI ระดับ 200B ได้…
    คุณจะเอาไปสร้างอะไรเป็นอย่างแรก?

    #NVIDIA #DGXSpark #ElonMusk #SpaceX #Starship #AIRevolution #Supercomputer #AIHardware #NextGenAI #TechNews #อนาคตมาแล้ว #OCZ #Overclockzone

    อ่านต่อ: https://www.overclockzone.com/view-14067
    🚀 เมื่อ AI พบกับอวกาศ… และ NVIDIA มอบ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา” ให้ Elon Musk ด้วยตัวเอง! ภาพนี้โคตรเหนือจริง — Jensen Huang (CEO ของ NVIDIA) เดินผ่านแถววิศวกรในฐาน Starbase ของ SpaceX พร้อมเสียงเชียร์และรอยยิ้ม ก่อนจะถือ “กล่องปริศนา” เข้าไปหา Elon Musk… แล้ววางลงบนโต๊ะในโรงอาหาร กล่องนั้นคือ NVIDIA DGX Spark ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดเท่ากระดาษพับ น้ำหนักแค่ 1.2 กิโล… แต่พลัง 1 เพตะฟล็อป! (เทียบเท่าเครื่องใหญ่ทั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์) 😱 เล็กแค่นี้ แต่รันโมเดล AI ขนาด 200,000,000,000 พารามิเตอร์ ได้แบบ Local ไม่ต้องพึ่ง Cloud ไม่ต้องต่อศูนย์ข้อมูล อยู่บนโต๊ะก็ยิง AI ได้ระดับโลก! 🎬 และภาพตำนานก็เกิดขึ้น Jensen: “ลองจินตนาการดู… ส่งคอมฯ ที่เล็กที่สุด ไปไว้ข้าง ๆ จรวดที่ใหญ่ที่สุด” Musk: (หัวเราะ) “จัดไป!” การมอบ DGX Spark เกิดขึ้นในจังหวะที่ SpaceX กำลังจะทดสอบ Starship ครั้งที่ 11 — ยานขนส่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ AI + จรวด = อนาคตที่โคตรไกลกว่าที่คิด 🧠 DGX Spark = AI Supercomputer ยุคใหม่ ภายในมี… ✅ NVIDIA GB10 Grace Blackwell Superchip ✅ Unified memory 128GB (CPU/GPU ใช้ร่วมกัน) ✅ NVLink-C2C แบนด์วิธแรงกว่า PCIe 5 เท่า ✅ NVIDIA AI Software Stack ครบชุด (Frameworks, Models, NIM microservices) นี่ไม่ใช่ dev box ธรรมดา แต่มันคือ Launchpad ของ AI รุ่นถัดไป 🔥 สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า DGX Spark ไม่ได้ให้แค่ Elon Musk แต่มันเริ่ม “ลงจอด” ทั่วโลก: Ollama (Palo Alto) → เปลี่ยนวิธีรัน LLM แบบ Local NYU Frontier Lab → วิจัย AI เน้นความเป็นส่วนตัว Zipline → สร้างโดรนขนส่งอัตโนมัติ ASU → จำลองหุ่นยนต์ที่ Edge Refik Anadol → ศิลปิน AI ระดับโลก และต่อไป… Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo, MSI, GIGABYTE เตรียมปล่อยเวอร์ชันของตัวเอง Desktop ธรรมดาของเรากำลังจะกลายเป็น AI Launchpad! 🧨 นี่คือจุดเริ่มต้นของ AI นอกดาต้าเซ็นเตอร์ NVIDIA ทำให้ “พลังระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์” เอื้อมถึงได้จริง หยิบขึ้นมา เปิดฝา แล้วเริ่มสร้างอนาคตได้เลย DGX Spark จะวางขาย 15 ตุลาคมนี้บน NVIDIA.com และผ่านพาร์ทเนอร์ทั่วโลก 💭 คำถามชวนคิด ถ้าคุณมี “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พกพา” ที่รัน AI ระดับ 200B ได้… 👉 คุณจะเอาไปสร้างอะไรเป็นอย่างแรก? #NVIDIA #DGXSpark #ElonMusk #SpaceX #Starship #AIRevolution #Supercomputer #AIHardware #NextGenAI #TechNews #อนาคตมาแล้ว #OCZ #Overclockzone อ่านต่อ: https://www.overclockzone.com/view-14067
    ไลค์
    รัก
    หัวเราะ
    12
    5 ความคิดเห็น 0 แชร์ 1419 ยอดวิว 0 รีวิว
โหลดแอปเมต้านารวย