• ⚡️ 65 บริษัทคริปโตรวมพลัง! ส่งจดหมายกดดันทรัมป์: “ลงมือเดี๋ยวนี้… ไม่งั้นอเมริกาจะตามหลังโลก!”

    คริปโตทั้งวงการลุกขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปี — ออกแคมเปญ “Lead or Fall Behind” ชี้ชะตาทิศทาง Crypto Policy ของสหรัฐในยุคทรัมป์



    นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ เขย่าวอชิงตันและวงการคริปโตพร้อมกัน

    มากกว่า 65 บริษัทและองค์กรยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ Coinbase, Uniswap Labs, Pantera, Solana Foundation ไปจนถึง Blockchain Association ได้ร่วมลงชื่อใน “จดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดี Donald Trump”

    สารสำคัญคือ:
    “อย่ารอคองเกรส—ออกกฎชั่วคราวทันที เพื่อไม่ให้สหรัฐถูกทิ้งในนวัตกรรมดิจิทัล”

    นี่คือการกดดันรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมคริปโต นับตั้งแต่ยุค Executive Order ของไบเดนเมื่อปี 2022

    ก่อนอ่านทั้งหมด มาดูไฮไลต์สำคัญฃ



    ✔ ประเด็นสำคัญก่อนอ่าน

    1) นี่คือจดหมายจาก “65+ องค์กรคริปโตระดับชาติ” ถึงทรัมป์

    นำทีมโดย:
    • Coinbase
    • Uniswap Labs
    • Exodus
    • Pantera
    • Solana Foundation
    • Solana Policy Institute
    • Blockchain Association
    • Paradigm
    • Multicoin Capital
    • Block Inc.

    เป็นการรวมตัวเชิงนโยบายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

    2) จดหมายเร่งให้ “รัฐบาลออกกฎชั่วคราวได้เลย” โดยไม่ต้องรอกฎหมาย

    เช่น Safe Harbor, No-Action Letters, Sandbox

    3) เรียกร้องให้ “ยกเว้นภาษีธุรกรรมเล็ก ๆ” และปรับกติกาภาษีแบบใหม่

    รวมถึงการปกป้องนักพัฒนา (Dev Protections)

    4) ยื่นเรื่องให้ DOJ ทบทวนคดี Roman Storm (Tornado Cash)

    ประเด็นเสรีภาพในการเขียนโค้ดกลับมาอีกครั้ง

    5) เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหม่ของทรัมป์ที่ต้องการ “ทำอเมริกาเป็นผู้นำคริปโตโลก”



    1) ทำไม 65 บริษัทถึงต้องรวมพลังครั้งนี้?

    เพราะในปีแรกของทรัมป์:
    • มีการล้มกฎ IRS Broker Rule
    • GENIUS Act ผ่าน
    • ยกเลิกกฎ DOL เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลใน 401(k)

    ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของวงการคริปโตในเชิงนโยบายสหรัฐในรอบเกือบ 10 ปี

    แต่นั่นยัง “ไม่พอ”
    สิ่งที่วงการต้องการจริง ๆ คือ:
    ➡ กฎชั่วคราว (interim guidance)
    ➡ ความชัดเจนในกฎภาษี
    ➡ การปกป้องผู้พัฒนาโอเพ่นซอร์ส
    ➡ safe harbor สำหรับโปรเจกต์ใหม่

    องค์กรคริปโตจึงบอกทรัมป์ว่า “คุณเริ่มดีแล้ว—แต่ต้องไปให้สุด”



    2) ประเด็นภาษีที่กลุ่มองค์กรต้องการให้แก้ทันที

    นี่คือ “หัวใจ” ของการร้องขอทั้งหมด:

    ✔ ให้ Staking / Mining Rewards = “สร้างเอง”

    ➡ เก็บภาษีเมื่อขาย ไม่ใช่เมื่อได้รับ
    เหมือน Work Product ไม่ใช่ Income

    ✔ ตั้ง De Minimis Threshold (เช่น $600)

    ➡ ธุรกรรมเล็ก ๆ เช่น ซื้อกาแฟ ไม่ต้องเสียภาษี

    ✔ Bridge, Fork, Airdrop, Collateral Move → ไม่ควรเป็นเหตุการณ์ภาษี

    ➡ ลดภาระผู้ใช้งานและโปรเจกต์ที่ต้องโยกย้ายข้ามเชน

    เหตุผล:
    ภาษีที่คลุมเครือทำให้ธุรกิจย้ายออกนอกประเทศ — กำลังเป็นความเสี่ยงใหญ่ของสหรัฐ



    3) เรียกร้องหน่วยงานรัฐ: “ออกกฎชั่วคราวตอนนี้ได้เลย”

    จดหมายชี้เป้าว่า:

    SEC
    • ออก No-Action Letters
    • ให้ความคุ้มครอง Dev ที่สร้างโค้ดแต่ไม่ควบคุมโปรโตคอล

    CFTC
    • กำหนดกรอบสินค้าพื้นฐาน (Commodity) ชั่วคราว

    Treasury
    • ปรับกติกา KYC/AML ที่เป็นไปได้จริง
    • หลีกเลี่ยงการตีความเกินกว่าเหตุ เช่นในอดีต

    DOJ
    • หยุดไล่ล่าผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เหมือนคดี Tornado Cash

    ทั้งหมดนี้เป็น “ความคล่องตัวด้านนโยบาย” ที่วงการต้องการเพื่อให้สหรัฐ “ไม่ช้าไปกว่านี้”



    4) คำขอพิเศษ: ทบทวนคดี Roman Storm (Tornado Cash)

    คดีนี้สะเทือนวงการเพราะ DOJ มองว่า
    “การเขียนโค้ด = การก่ออาชญากรรม”

    แต่กลุ่ม 65 บริษัทชี้ว่า:
    • เขาแค่เผยแพร่โอเพ่นซอร์ส
    • ไม่ได้ควบคุมโปรโตคอล
    • ไม่ควรรับผิดชอบต่อการใช้งานของบุคคลอื่น

    นี่คือประเด็นระดับโลกเกี่ยวกับ เสรีภาพในการพัฒนานวัตกรรม Web3



    🏛 5) เหตุการณ์นี้สำคัญมากในบริบทของนโยบายยุคทรัมป์

    ทรัมป์เริ่มการปฏิรูปด้วย Executive Order (23 ม.ค. 2025)
    ตั้ง “Presidential Working Group on Digital Asset Markets”

    จดหมายนี้คือ “แรงผลักดันรอบสอง”
    เพื่อให้ยุคทรัมป์กลายเป็น:

    “ยุคที่สหรัฐนำในวงการคริปโตอีกครั้ง”

    ไม่ใช่ถูกเอเชีย–ยุโรป–ตะวันออกกลางแซง



    มุมวิเคราะห์
    • นี่คือสัญญาณว่า “วงการรวมตัวจริงจังมาก”
    • ความต้องการกฎที่ชัดเจน = เป็นไปเพื่อดึงนวัตกรรมกลับสู่อเมริกา
    • แรงกดดันต่อหน่วยงานอย่าง SEC เพิ่มขึ้นสูงมาก
    • การทบทวนคดี Roman Storm อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่
    • หากทรัมป์ตอบสนองเร็ว → กระทบราคาและ sentiment เชิงบวกต่อ SOL, UNI, ETH, BTC

    แต่ถ้านิ่งเฉย → สหรัฐอาจเสียความเป็นผู้นำด้าน Web3 ไปอีกหลายปี



    สรุป
    • 65 บริษัทคริปโตส่งจดหมายถึงทรัมป์
    • ขอให้ “หน่วยงานออกกฎชั่วคราวได้ทันที ไม่ต้องรอรัฐสภา”
    • เน้นการแก้ภาษี staking–mining, de minimis $600, และยกเว้น tax event ของการใช้งานปกติ
    • เรียกร้องให้ปกป้องผู้พัฒนาโอเพ่นซอร์ส
    • ขอทบทวนคดี Tornado Cash
    • เป็นส่วนสำคัญของแผนทำสหรัฐเป็นผู้นำ crypto economy
    • เหตุการณ์นี้อาจกำหนดอนาคตนโยบายคริปโตในปี 2026-2030



    Sources

    Bitcoinist (Nov 22, 2025)
    Solana Policy Institute
    Presidential Working Group on Digital Assets



    #LadyCrypto #CryptoPolicy #Trump #Solana #Coinbase #Uniswap
    #BlockchainAssociation #CryptoRegulation #Web3 #DigitalAssets
    #CryptoInnovation #CryptoNews #MarketUpdate #InvestSmart #MewLadyCrypto #Kucointhailand #bitazzathailand #BinanceTH #bitkub #bitget #orbix #MEXC
    ⚡️ 65 บริษัทคริปโตรวมพลัง! ส่งจดหมายกดดันทรัมป์: “ลงมือเดี๋ยวนี้… ไม่งั้นอเมริกาจะตามหลังโลก!” คริปโตทั้งวงการลุกขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปี — ออกแคมเปญ “Lead or Fall Behind” ชี้ชะตาทิศทาง Crypto Policy ของสหรัฐในยุคทรัมป์ ⸻ นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ เขย่าวอชิงตันและวงการคริปโตพร้อมกัน มากกว่า 65 บริษัทและองค์กรยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ Coinbase, Uniswap Labs, Pantera, Solana Foundation ไปจนถึง Blockchain Association ได้ร่วมลงชื่อใน “จดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดี Donald Trump” สารสำคัญคือ: 👉 “อย่ารอคองเกรส—ออกกฎชั่วคราวทันที เพื่อไม่ให้สหรัฐถูกทิ้งในนวัตกรรมดิจิทัล” นี่คือการกดดันรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมคริปโต นับตั้งแต่ยุค Executive Order ของไบเดนเมื่อปี 2022 ก่อนอ่านทั้งหมด มาดูไฮไลต์สำคัญฃ👇👇 ⸻ ✔ ประเด็นสำคัญก่อนอ่าน 🔥 1) นี่คือจดหมายจาก “65+ องค์กรคริปโตระดับชาติ” ถึงทรัมป์ นำทีมโดย: • Coinbase • Uniswap Labs • Exodus • Pantera • Solana Foundation • Solana Policy Institute • Blockchain Association • Paradigm • Multicoin Capital • Block Inc. เป็นการรวมตัวเชิงนโยบายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี 🔥 2) จดหมายเร่งให้ “รัฐบาลออกกฎชั่วคราวได้เลย” โดยไม่ต้องรอกฎหมาย เช่น Safe Harbor, No-Action Letters, Sandbox 🔥 3) เรียกร้องให้ “ยกเว้นภาษีธุรกรรมเล็ก ๆ” และปรับกติกาภาษีแบบใหม่ รวมถึงการปกป้องนักพัฒนา (Dev Protections) 🔥 4) ยื่นเรื่องให้ DOJ ทบทวนคดี Roman Storm (Tornado Cash) ประเด็นเสรีภาพในการเขียนโค้ดกลับมาอีกครั้ง 🔥 5) เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหม่ของทรัมป์ที่ต้องการ “ทำอเมริกาเป็นผู้นำคริปโตโลก” ⸻ 🟦 1) ทำไม 65 บริษัทถึงต้องรวมพลังครั้งนี้? เพราะในปีแรกของทรัมป์: • มีการล้มกฎ IRS Broker Rule • GENIUS Act ผ่าน • ยกเลิกกฎ DOL เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลใน 401(k) ถือเป็นปีที่ดีที่สุดของวงการคริปโตในเชิงนโยบายสหรัฐในรอบเกือบ 10 ปี แต่นั่นยัง “ไม่พอ” สิ่งที่วงการต้องการจริง ๆ คือ: ➡ กฎชั่วคราว (interim guidance) ➡ ความชัดเจนในกฎภาษี ➡ การปกป้องผู้พัฒนาโอเพ่นซอร์ส ➡ safe harbor สำหรับโปรเจกต์ใหม่ องค์กรคริปโตจึงบอกทรัมป์ว่า “คุณเริ่มดีแล้ว—แต่ต้องไปให้สุด” ⸻ 🟧 2) ประเด็นภาษีที่กลุ่มองค์กรต้องการให้แก้ทันที นี่คือ “หัวใจ” ของการร้องขอทั้งหมด: ✔ ให้ Staking / Mining Rewards = “สร้างเอง” ➡ เก็บภาษีเมื่อขาย ไม่ใช่เมื่อได้รับ เหมือน Work Product ไม่ใช่ Income ✔ ตั้ง De Minimis Threshold (เช่น $600) ➡ ธุรกรรมเล็ก ๆ เช่น ซื้อกาแฟ ไม่ต้องเสียภาษี ✔ Bridge, Fork, Airdrop, Collateral Move → ไม่ควรเป็นเหตุการณ์ภาษี ➡ ลดภาระผู้ใช้งานและโปรเจกต์ที่ต้องโยกย้ายข้ามเชน 📌 เหตุผล: ภาษีที่คลุมเครือทำให้ธุรกิจย้ายออกนอกประเทศ — กำลังเป็นความเสี่ยงใหญ่ของสหรัฐ ⸻ 🟩 3) เรียกร้องหน่วยงานรัฐ: “ออกกฎชั่วคราวตอนนี้ได้เลย” จดหมายชี้เป้าว่า: 🔥 SEC • ออก No-Action Letters • ให้ความคุ้มครอง Dev ที่สร้างโค้ดแต่ไม่ควบคุมโปรโตคอล 🔥 CFTC • กำหนดกรอบสินค้าพื้นฐาน (Commodity) ชั่วคราว 🔥 Treasury • ปรับกติกา KYC/AML ที่เป็นไปได้จริง • หลีกเลี่ยงการตีความเกินกว่าเหตุ เช่นในอดีต 🔥 DOJ • หยุดไล่ล่าผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เหมือนคดี Tornado Cash ทั้งหมดนี้เป็น “ความคล่องตัวด้านนโยบาย” ที่วงการต้องการเพื่อให้สหรัฐ “ไม่ช้าไปกว่านี้” ⸻ 🟥 4) คำขอพิเศษ: ทบทวนคดี Roman Storm (Tornado Cash) คดีนี้สะเทือนวงการเพราะ DOJ มองว่า “การเขียนโค้ด = การก่ออาชญากรรม” แต่กลุ่ม 65 บริษัทชี้ว่า: • เขาแค่เผยแพร่โอเพ่นซอร์ส • ไม่ได้ควบคุมโปรโตคอล • ไม่ควรรับผิดชอบต่อการใช้งานของบุคคลอื่น นี่คือประเด็นระดับโลกเกี่ยวกับ เสรีภาพในการพัฒนานวัตกรรม Web3 ⸻ 🏛 5) เหตุการณ์นี้สำคัญมากในบริบทของนโยบายยุคทรัมป์ ทรัมป์เริ่มการปฏิรูปด้วย Executive Order (23 ม.ค. 2025) ตั้ง “Presidential Working Group on Digital Asset Markets” จดหมายนี้คือ “แรงผลักดันรอบสอง” เพื่อให้ยุคทรัมป์กลายเป็น: 👉 “ยุคที่สหรัฐนำในวงการคริปโตอีกครั้ง” ไม่ใช่ถูกเอเชีย–ยุโรป–ตะวันออกกลางแซง ⸻ 🧭 มุมวิเคราะห์ • นี่คือสัญญาณว่า “วงการรวมตัวจริงจังมาก” • ความต้องการกฎที่ชัดเจน = เป็นไปเพื่อดึงนวัตกรรมกลับสู่อเมริกา • แรงกดดันต่อหน่วยงานอย่าง SEC เพิ่มขึ้นสูงมาก • การทบทวนคดี Roman Storm อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ • หากทรัมป์ตอบสนองเร็ว → กระทบราคาและ sentiment เชิงบวกต่อ SOL, UNI, ETH, BTC แต่ถ้านิ่งเฉย → สหรัฐอาจเสียความเป็นผู้นำด้าน Web3 ไปอีกหลายปี ⸻ 📌 สรุป • 65 บริษัทคริปโตส่งจดหมายถึงทรัมป์ • ขอให้ “หน่วยงานออกกฎชั่วคราวได้ทันที ไม่ต้องรอรัฐสภา” • เน้นการแก้ภาษี staking–mining, de minimis $600, และยกเว้น tax event ของการใช้งานปกติ • เรียกร้องให้ปกป้องผู้พัฒนาโอเพ่นซอร์ส • ขอทบทวนคดี Tornado Cash • เป็นส่วนสำคัญของแผนทำสหรัฐเป็นผู้นำ crypto economy • เหตุการณ์นี้อาจกำหนดอนาคตนโยบายคริปโตในปี 2026-2030 ⸻ 📚 Sources Bitcoinist (Nov 22, 2025) Solana Policy Institute Presidential Working Group on Digital Assets ⸻ #LadyCrypto #CryptoPolicy #Trump #Solana #Coinbase #Uniswap #BlockchainAssociation #CryptoRegulation #Web3 #DigitalAssets #CryptoInnovation #CryptoNews #MarketUpdate #InvestSmart #MewLadyCrypto #Kucointhailand #bitazzathailand #BinanceTH #bitkub #bitget #orbix #MEXC
    ไลค์
    รัก
    6
    0 ความคิดเห็น 0 แชร์ 2138 ยอดวิว 0 รีวิว
โหลดแอปเมต้านารวย