• ซาโตชิ นากาโมโตะ คือใคร
    .
    ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) คือ ชื่อสมมติ (นามแฝง) ของคนหรือกลุ่มคนที่สร้าง Bitcoin และเป็นผู้เขียนเอกสารสำคัญของ Bitcoin ฉบับแรก ตัวตนที่แท้จริงของเขายังเป็นปริศนามานานกว่าสิบปีแล้ว แต่มีการตามร่องรอยพบว่าเขายังคงเป็นเจ้าของ Bitcoin จำนวนมหาศาล
    .
    จุดเริ่มต้นของ Bitcoin
    ผู้ก่อตั้ง Bitcoin: ซาโตชิ นากาโมโตะ คือนามแฝงที่ใช้เผยแพร่เอกสาร Bitcoin Whitepaper ในปี 2008 ซึ่งมีชื่อว่า "Bitcoin: ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Peer-to-Peer"
    .
    นวัตกรรม: แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนคิดค้นเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่เขาคือคนแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาสร้างเป็น สกุลเงินแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Currency) ได้สำเร็จ
    .
    การหายตัวไป: Bitcoin เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ในปี 2011 ซาโตชิก็ได้ หยุดการติดต่อสื่อสารทั้งหมด กับโลกภายนอกและหายตัวไป ทำให้เกิดปริศนาและการถกเถียงมากมายนับตั้งแต่นั้นมา
    .
    เขาเป็นใครกันแน่ (ปริศนาตัวตน)
    บุคคลเดียวหรือกลุ่มคน? ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนเพียงคนเดียว หรือเป็น กลุ่มคน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ การเข้ารหัส และผู้รักความเป็นส่วนตัว (Cypherpunks)
    .
    ข้อมูลที่เคยกล่าวอ้าง: ก่อนจะหายตัวไป ซาโตชิเคยอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ชาย สัญชาติญี่ปุ่น เกิดวันที่ 5 เมษายน 1975
    .
    ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์:
    .
    ภาษาอังกฤษของซาโตชิดีมาก จนถูกมองว่าน่าจะมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่
    .
    การสื่อสารส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาทำงานของทวีปยุโรป ทำให้หลายคนคาดเดาว่าเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
    .
    ผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็น ซาโตชิ นากาโมโตะ
    มีผู้ที่ถูกกล่าวถึงและถูกสงสัยว่าเป็นซาโตชิหลายคน โดยเฉพาะ 3 คนนี้:

    ⭕️Hal Finney:
    เป็นผู้ใช้ Bitcoin ในยุคแรก ๆ และเป็น คนแรกที่ได้รับธุรกรรม Bitcoin (การโอนเหรียญครั้งแรก)
    เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และเป็นหนึ่งในกลุ่ม Cypherpunks
    เขาปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ใช่ซาโตชิ (และเสียชีวิตในปี 2014)
    .
    ⭕️Nick Szabo:
    เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง ที่เคยสร้างสกุลเงินดิจิทัลชื่อ “bit gold” มาก่อน Bitcoin
    รูปแบบการเขียนและเวลาการสื่อสารของเขามีความคล้ายคลึงกับซาโตชิอย่างมาก
    เขาปฏิเสธ แต่หลายคนในชุมชนคริปโตก็ยังไม่ปักใจเชื่อ
    .
    ⭕️Dorian Nakamoto:
    ชายชาวญี่ปุ่น-อเมริกัน ที่มีชื่อจริงคือ ซาโตชิ นากาโมโตะ
    เขาเคยทำงานเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ แต่ภายหลังได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้
    .
    ซาโตชิ มีทรัพย์สินมากแค่ไหน
    นักเทคโนโลยีได้ติดตามร่องรอยของเหรียญ Bitcoin และคาดการณ์ว่าซาโตชิ นากาโมโตะเป็นเจ้าของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 1 ล้าน BTC
    ซาโตชิไม่เคยใช้จ่าย Bitcoin ของตัวเองเลยแม้แต่เหรียญเดียวตั้งแต่ปี 2009
    จำนวน Bitcoin ดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
    .
    สรุปสุดท้าย: แม้ว่าเขาจะรวยมหาศาลและสร้างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่จนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของซาโตชิ นากาโมโตะ หากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นพอ
    .
    แหล่งที่มา : https://www.binance.th/en/academy/coin-information/7a04d3e4fce846fd932afc1153bb264d

    #bitcoin #satoshi #บิทคอยน์ #สกุลเงินดิจิทัล #cryptocurrency #crypto
    ซาโตชิ นากาโมโตะ คือใคร ❓ . ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) คือ ชื่อสมมติ (นามแฝง) ของคนหรือกลุ่มคนที่สร้าง Bitcoin และเป็นผู้เขียนเอกสารสำคัญของ Bitcoin ฉบับแรก ตัวตนที่แท้จริงของเขายังเป็นปริศนามานานกว่าสิบปีแล้ว แต่มีการตามร่องรอยพบว่าเขายังคงเป็นเจ้าของ Bitcoin จำนวนมหาศาล . 📍จุดเริ่มต้นของ Bitcoin ผู้ก่อตั้ง Bitcoin: ซาโตชิ นากาโมโตะ คือนามแฝงที่ใช้เผยแพร่เอกสาร Bitcoin Whitepaper ในปี 2008 ซึ่งมีชื่อว่า "Bitcoin: ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์แบบ Peer-to-Peer" . นวัตกรรม: แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนคิดค้นเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่เขาคือคนแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาสร้างเป็น สกุลเงินแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Currency) ได้สำเร็จ . การหายตัวไป: Bitcoin เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2009 แต่ในปี 2011 ซาโตชิก็ได้ หยุดการติดต่อสื่อสารทั้งหมด กับโลกภายนอกและหายตัวไป ทำให้เกิดปริศนาและการถกเถียงมากมายนับตั้งแต่นั้นมา . เขาเป็นใครกันแน่ ❓ (ปริศนาตัวตน) บุคคลเดียวหรือกลุ่มคน? ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนเพียงคนเดียว หรือเป็น กลุ่มคน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ การเข้ารหัส และผู้รักความเป็นส่วนตัว (Cypherpunks) . ข้อมูลที่เคยกล่าวอ้าง: ก่อนจะหายตัวไป ซาโตชิเคยอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ชาย สัญชาติญี่ปุ่น เกิดวันที่ 5 เมษายน 1975 . ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์: . ภาษาอังกฤษของซาโตชิดีมาก จนถูกมองว่าน่าจะมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ . การสื่อสารส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาทำงานของทวีปยุโรป ทำให้หลายคนคาดเดาว่าเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น . ผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็น ซาโตชิ นากาโมโตะ มีผู้ที่ถูกกล่าวถึงและถูกสงสัยว่าเป็นซาโตชิหลายคน โดยเฉพาะ 3 คนนี้: ⭕️Hal Finney: เป็นผู้ใช้ Bitcoin ในยุคแรก ๆ และเป็น คนแรกที่ได้รับธุรกรรม Bitcoin (การโอนเหรียญครั้งแรก) เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และเป็นหนึ่งในกลุ่ม Cypherpunks เขาปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ใช่ซาโตชิ (และเสียชีวิตในปี 2014) . ⭕️Nick Szabo: เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง ที่เคยสร้างสกุลเงินดิจิทัลชื่อ “bit gold” มาก่อน Bitcoin รูปแบบการเขียนและเวลาการสื่อสารของเขามีความคล้ายคลึงกับซาโตชิอย่างมาก เขาปฏิเสธ แต่หลายคนในชุมชนคริปโตก็ยังไม่ปักใจเชื่อ . ⭕️Dorian Nakamoto: ชายชาวญี่ปุ่น-อเมริกัน ที่มีชื่อจริงคือ ซาโตชิ นากาโมโตะ เขาเคยทำงานเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ แต่ภายหลังได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ . ซาโตชิ มีทรัพย์สินมากแค่ไหน❓ นักเทคโนโลยีได้ติดตามร่องรอยของเหรียญ Bitcoin และคาดการณ์ว่าซาโตชิ นากาโมโตะเป็นเจ้าของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 1 ล้าน BTC ซาโตชิไม่เคยใช้จ่าย Bitcoin ของตัวเองเลยแม้แต่เหรียญเดียวตั้งแต่ปี 2009 จำนวน Bitcoin ดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก . 📌สรุปสุดท้าย: แม้ว่าเขาจะรวยมหาศาลและสร้างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่จนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของซาโตชิ นากาโมโตะ หากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นพอ . แหล่งที่มา : https://www.binance.th/en/academy/coin-information/7a04d3e4fce846fd932afc1153bb264d #bitcoin #satoshi #บิทคอยน์ #สกุลเงินดิจิทัล #cryptocurrency #crypto
    ไลค์
    ยิ้ม
    รัก
    6
    6 ความคิดเห็น 0 แชร์ 770 ยอดวิว 0 รีวิว
  • ถ้า Satoshi ขยับ Bitcoin ครั้งแรกในรอบ 15 ปี… จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดคริปโต? บทความพิเศษจาก LadyCrypto
    ในโลกที่ทุกความเคลื่อนไหวของวาฬอาจเขย่าตลาด… ยังมี “กระเป๋าใหญ่ที่สุดในโลก” ที่ไม่เคยขยับเลยสักครั้งเดียว
    ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึง Bitcoin กว่า 1.1 – 1.5 ล้าน BTC ที่เชื่อว่าเป็นของ “Satoshi Nakamoto” ผู้สร้าง Bitcoin ซึ่งยังคง “นิ่งสนิท” มาตั้งแต่ปี 2009-2011 — และวันนี้มีมูลค่ากว่า $100,000,000,000++ (มากกว่าทุนสำรองบางประเทศ!)

    ใครคือ Satoshi และเงินก้อนนี้มาจากไหน?
    • Satoshi คือผู้สร้าง Bitcoin ในปี 2009 (จนถึงวันนี้…ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร!)
    • เขาขุด BTC ตั้งแต่ Genesis Block (3 ม.ค. 2009) โดยใช้แค่คอมพิวเตอร์บ้าน ๆ ในยุคที่ไม่มีคู่แข่งในการขุด
    • คาดว่า Wallet ของ Satoshi มี BTC มากถึง 1.1–1.5 ล้าน BTC
    • เงินเหล่านี้ ไม่เคยถูกโอนออก–ขาย–หรือเคลื่อนไหว เลยแม้แต่ครั้งเดียว
    การที่กระเป๋านี้ “นิ่ง” มาตลอด 15 ปี กลายเป็นหนึ่งในตำนานของโลกคริปโต

    ถ้าวันหนึ่ง… เงินก้อนนี้เคลื่อนไหว?
    ความเป็นไปได้มีหลายมุม เช่น:
    กู้คืน Private Key ที่หายไปได้
    Satoshi อาจยังมีชีวิต และอยากโอนให้ทายาท
    ต้องการส่งสัญญาณทางอุดมการณ์ เช่น แจกเพื่อกระจายความมั่งคั่ง หรือ “ล้างระบบ”
    โดนแฮ็ก ถูกบังคับ หรือหน่วยงานรัฐพยายามแทรกแซง
    ไม่ว่าเหตุผลไหน… การโอนแม้เพียง 0.01 BTC ก็จะ:
    • ขึ้นหน้า Block Explorer ทันที
    • จุดกระแสข่าว ฟีดข่าวร้อนทั่วโลก
    • อาจกระทบตลาดราคาทันทีจากแรง Panic หรือ FOMO

    ผลกระทบต่อราคา–ความเชื่อมั่น–สังคม
    ความกลัวว่าจะ Dump → อาจทำให้เกิดการขายตื่นตระหนก (เหมือนตอน Mt. Gox ปล่อยเหรียญ)
    นักลงทุนสถาบันอาจมองว่า Bitcoin ไม่เสถียร
    ราคาร่วง, แรงเทขายมหาศาล, ตลาดเข้าสู่ Bear Phase
    แต่ในอีกมุม:
    หากเคลื่อนย้ายแบบโปร่งใส ค่อย ๆ ปล่อย อาจสร้างความมั่นใจ ว่า Satoshi ยังเชื่อในระบบ
    หรือใช้เงินก้อนนี้สนับสนุนโปรเจกต์ Humanitarian อาจยิ่งส่งเสริมความน่าเชื่อถือของระบบ Blockchain

    Mt. Gox: บทเรียนจากอดีตเกี่ยวกับ “กระเป๋าใหญ่ที่เคลื่อนไหว”
    Mt. Gox เคยเป็น Exchange ใหญ่สุดในโลก ก่อนจะล่มในปี 2014
    มูลค่ากว่า 850,000 BTC หายไป (มูลค่า ณ วันล่ม = ~$400 ล้าน, ปัจจุบัน = มากกว่า $100B)
    ในปี 2024 นี้ (Oct 31) ทางการญี่ปุ่นจะเริ่มแจกจ่าย BTC คืนให้เจ้าหนี้
    และทุกครั้งที่ Mt. Gox เคลื่อนไหวกระเป๋า → ตลาดก็ “ผันผวนแรง”
    นี่คือเหตุผลที่ Satoshi’s Wallet กลายเป็น “ระเบิดเวลาทางจิตวิทยา” ของตลาด

    4 ฉากจินตนาการ ถ้า BTC ของ Satoshi ขยับ
    1. เคลื่อนช้า โปร่งใส: ตลาดรับได้ อาจสร้างภาพบวกต่อระบบ
    2. ปล่อยทีเดียว 1 ล้าน BTC: แพนิก, ดึงราคาดิ่ง, ก่อ Bear Market
    3. ไม่ขยับเลย: เกิดตำนานต่อไป และใช้เป็นเครื่องยืนยัน “ความบริสุทธิ์ของระบบ”
    4. Satoshi เปิดตัวจริง: Crypto โลกสั่นสะเทือนทั้งระบบ ทั้งบวก–ลบ

    สรุปประเด็นชวนคิด
    • กระเป๋าของ Satoshi = ตัวแปรลับที่ไม่มีใครควบคุมได้
    • การไม่ขยับตลอด 15 ปี = ความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของระบบ
    • การเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย อาจสร้างผลสะเทือนแบบ “Black Swan” ให้ตลาด
    • แต่ถ้าใช้เพื่อเปลี่ยนโลก (เช่น Humanitarian Aid หรือกระจาย BTC ให้คนจน) → Satoshi อาจกลายเป็น “Hero ที่แท้จริงของระบบการเงินใหม่”

    คุณคิดว่า…
    “Satoshi ยังอยู่ไหม?”
    “กระเป๋านี้จะถูกใช้เมื่อไหร่ และเพื่ออะไร?”

    แหล่งอ้างอิง: Cointelegraph, Decrypt, Glassnode, BTC.com
    #Satoshi #Bitcoin #BTC #MtGox #BlackSwan #CryptoMystery
    #GenesisWallet #BitcoinHistory #คริปโต #LadyCrypto
    #MewLadyCrypto #Bitget
    🧠 ถ้า Satoshi ขยับ Bitcoin ครั้งแรกในรอบ 15 ปี… จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดคริปโต? บทความพิเศษจาก LadyCrypto ในโลกที่ทุกความเคลื่อนไหวของวาฬอาจเขย่าตลาด… ยังมี “กระเป๋าใหญ่ที่สุดในโลก” ที่ไม่เคยขยับเลยสักครั้งเดียว 📍 ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึง Bitcoin กว่า 1.1 – 1.5 ล้าน BTC ที่เชื่อว่าเป็นของ “Satoshi Nakamoto” ผู้สร้าง Bitcoin ซึ่งยังคง “นิ่งสนิท” มาตั้งแต่ปี 2009-2011 — และวันนี้มีมูลค่ากว่า $100,000,000,000++ (มากกว่าทุนสำรองบางประเทศ!) ⸻ 🔍 ใครคือ Satoshi และเงินก้อนนี้มาจากไหน? • Satoshi คือผู้สร้าง Bitcoin ในปี 2009 (จนถึงวันนี้…ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร!) • เขาขุด BTC ตั้งแต่ Genesis Block (3 ม.ค. 2009) โดยใช้แค่คอมพิวเตอร์บ้าน ๆ ในยุคที่ไม่มีคู่แข่งในการขุด • คาดว่า Wallet ของ Satoshi มี BTC มากถึง 1.1–1.5 ล้าน BTC • เงินเหล่านี้ ไม่เคยถูกโอนออก–ขาย–หรือเคลื่อนไหว เลยแม้แต่ครั้งเดียว การที่กระเป๋านี้ “นิ่ง” มาตลอด 15 ปี กลายเป็นหนึ่งในตำนานของโลกคริปโต 🕯️ ⸻ 🔥 ถ้าวันหนึ่ง… เงินก้อนนี้เคลื่อนไหว? ความเป็นไปได้มีหลายมุม เช่น: • 📦 กู้คืน Private Key ที่หายไปได้ • 👤 Satoshi อาจยังมีชีวิต และอยากโอนให้ทายาท • 🌐 ต้องการส่งสัญญาณทางอุดมการณ์ เช่น แจกเพื่อกระจายความมั่งคั่ง หรือ “ล้างระบบ” • 🧨 โดนแฮ็ก ถูกบังคับ หรือหน่วยงานรัฐพยายามแทรกแซง ไม่ว่าเหตุผลไหน… การโอนแม้เพียง 0.01 BTC ก็จะ: • ขึ้นหน้า Block Explorer ทันที • จุดกระแสข่าว ฟีดข่าวร้อนทั่วโลก • อาจกระทบตลาดราคาทันทีจากแรง Panic หรือ FOMO ⸻ 📉 ผลกระทบต่อราคา–ความเชื่อมั่น–สังคม • 💣 ความกลัวว่าจะ Dump → อาจทำให้เกิดการขายตื่นตระหนก (เหมือนตอน Mt. Gox ปล่อยเหรียญ) • 💔 นักลงทุนสถาบันอาจมองว่า Bitcoin ไม่เสถียร • 📉 ราคาร่วง, แรงเทขายมหาศาล, ตลาดเข้าสู่ Bear Phase แต่ในอีกมุม: • 🛡️ หากเคลื่อนย้ายแบบโปร่งใส ค่อย ๆ ปล่อย อาจสร้างความมั่นใจ ว่า Satoshi ยังเชื่อในระบบ • 🤝 หรือใช้เงินก้อนนี้สนับสนุนโปรเจกต์ Humanitarian อาจยิ่งส่งเสริมความน่าเชื่อถือของระบบ Blockchain ⸻ 📌 Mt. Gox: บทเรียนจากอดีตเกี่ยวกับ “กระเป๋าใหญ่ที่เคลื่อนไหว” Mt. Gox เคยเป็น Exchange ใหญ่สุดในโลก ก่อนจะล่มในปี 2014 มูลค่ากว่า 850,000 BTC หายไป (มูลค่า ณ วันล่ม = ~$400 ล้าน, ปัจจุบัน = มากกว่า $100B) ในปี 2024 นี้ (Oct 31) ทางการญี่ปุ่นจะเริ่มแจกจ่าย BTC คืนให้เจ้าหนี้ และทุกครั้งที่ Mt. Gox เคลื่อนไหวกระเป๋า → ตลาดก็ “ผันผวนแรง” 📍 นี่คือเหตุผลที่ Satoshi’s Wallet กลายเป็น “ระเบิดเวลาทางจิตวิทยา” ของตลาด ⸻ 📈 4 ฉากจินตนาการ ถ้า BTC ของ Satoshi ขยับ 1. ✅ เคลื่อนช้า โปร่งใส: ตลาดรับได้ อาจสร้างภาพบวกต่อระบบ 2. 💀 ปล่อยทีเดียว 1 ล้าน BTC: แพนิก, ดึงราคาดิ่ง, ก่อ Bear Market 3. 🕯️ ไม่ขยับเลย: เกิดตำนานต่อไป และใช้เป็นเครื่องยืนยัน “ความบริสุทธิ์ของระบบ” 4. 🧠 Satoshi เปิดตัวจริง: Crypto โลกสั่นสะเทือนทั้งระบบ ทั้งบวก–ลบ ⸻ 📚 สรุปประเด็นชวนคิด • กระเป๋าของ Satoshi = ตัวแปรลับที่ไม่มีใครควบคุมได้ • การไม่ขยับตลอด 15 ปี = ความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของระบบ • การเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย อาจสร้างผลสะเทือนแบบ “Black Swan” ให้ตลาด • แต่ถ้าใช้เพื่อเปลี่ยนโลก (เช่น Humanitarian Aid หรือกระจาย BTC ให้คนจน) → Satoshi อาจกลายเป็น “Hero ที่แท้จริงของระบบการเงินใหม่” ⸻ คุณคิดว่า… “Satoshi ยังอยู่ไหม?” “กระเป๋านี้จะถูกใช้เมื่อไหร่ และเพื่ออะไร?” ⸻ 📎 แหล่งอ้างอิง: Cointelegraph, Decrypt, Glassnode, BTC.com #Satoshi #Bitcoin #BTC #MtGox #BlackSwan #CryptoMystery #GenesisWallet #BitcoinHistory #คริปโต #LadyCrypto #MewLadyCrypto #Bitget
    ไลค์
    รัก
    ยิ้ม
    7
    6 ความคิดเห็น 0 แชร์ 1596 ยอดวิว 0 รีวิว
โหลดแอปเมต้านารวย