มีบทวิเคราะห์ในต่างประเทศ เริ่มคุยถึง "แผนลับ BlackRock" ทุบ Bitcoin เพื่อบีบให้ MicroStrategy ขาย BTC ?
ในขณะที่ตลาดคริปโทฯ กำลังผันผวน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงกลไกตลาดตามธรรมชาติ แต่ข้อมูลที่น่าตกใจชี้ให้เห็นว่า การร่วงลงของราคาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันถูกออกแบบมาอย่างแม่นยำ ทั้งจังหวะเวลาและปริมาณการขาย โดยฝีมือของผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง BlackRock
นี่ไม่ใช่แค่การขายทำกำไรธรรมดา แต่เป็น "แผนลับ" เพื่อบีบให้ Michael Saylor และ MicroStrategy ($MSTR) ต้องขาย Bitcoin ทิ้ง
-----
ทำไมต้องทุบ? และทำไมต้องตอนนี้?
การเทขายที่เกิดขึ้นมีความแม่นยำผิดปกติ ซึ่งรายย่อย (Retail) ไม่สามารถทำกราฟแบบนี้ได้ ช่วงเวลานี้คือช่วง "Post-halving" (หลังการ Halving) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพคล่อง (Liquidity) ในตลาดเบาบางที่สุด การโยนคำสั่งขายจากสถาบันใหญ่เพียงคำสั่งเดียว สามารถสร้างภาพลวงตาของการกลับตัวของเทรนด์ (Trend Reversal) ได้ทันที
BlackRock มองเห็นช่องโหว่นี้ และเลือกกดดันตลาดในช่วงที่สภาพคล่องต่ำที่สุด เพื่อสร้างคลื่นแห่งความกลัว (FUD) ให้กระจายไปทั่ว Ecosystem และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Bear Market ที่ถูกสร้างขึ้น
-----
เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ Bitcoin แต่คือ Saylor
BlackRock ไม่ได้ต้องการทำลาย Bitcoin แต่พวกเขาต้องการใช้มันเป็นเครื่องมือเพื่อ "ลดทอนอำนาจ" ของ MicroStrategy เป้าหมายหลักคือการกดดันราคาให้ต่ำลงจนส่งผลกระทบต่อเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของ $MSTR
เมื่อ Michael Saylor ถูกบีบจากทั้งสองทาง เขาจะกลายเป็นหมากที่ควบคุมได้ เหตุผลนั้นชัดเจน: MicroStrategy ถือครอง Bitcoin อยู่กว่า 650,000 BTC
หากราคากดลงมาอีกนิดจนแตะต้นทุนเฉลี่ย MicroStrategy จะตกอยู่ในสถานะเปราะบางทันที
▪ ราคา Bitcoin ปัจจุบัน - $91,751
▪ ต้นทุนเฉลี่ยของ $MSTR - $74,433
-----
กลยุทธ์บีบไข่แดง: ตีที่จุดอ่อนทางการเงิน
BlackRock ฉลาดพอที่จะไม่โจมตีซึ่งหน้า เพราะจะดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแล (Regulators) แต่พวกเขาเลือกโจมตีที่ "ข้อกำหนดทางการเงิน" (Financial Covenants)
เมื่อหุ้น $MSTR ร่วงลง เจ้าหนี้จะเข้มงวดเรื่องเงื่อนไขเงินกู้ทันที วงจรนรกที่พวกเขาวางไว้มีขั้นตอนดังนี้:
1) เทขาย $BTC → เกิดความตื่นตระหนก (Panic) → ราคาร่วง
2) ราคาดิ่ง → มูลค่าตลาดของทุนสำรอง $MSTR ลดฮวบ
3) หุ้น $MSTR ร่วง → เกิดแรงกดดันจากเจ้าหนี้
4) Saylor ถูกบีบ → จำเป็นต้องขายหรือปลดล็อกทุนสำรองบางส่วน
5) BlackRock ช้อนซื้อของถูก
6) วนกลับไปทำข้อ 1 ใหม่!
หาก MicroStrategy เข้าสู่ภาวะเสี่ยงและต้องเทขาย Bitcoin ออกมา แม้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ มันจะไม่ใช่การขยับหลักร้อยล้าน แต่เป็น "หลักหมื่นล้านดอลลาร์" ซึ่งเพียงพอที่จะล้างกำไรที่สะสมมาหลายปีและสร้างตลาดหมีครั้งใหญ่
-----
เกมแห่งการครอบครอง (Domination)
การสร้างวิกฤตครั้งนี้ทำกำไรมหาศาลให้กับ BlackRock เพราะ Bitcoin ราคาถูกคือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์สำหรับทศวรรษหน้า พวกเขาไม่ได้ต้องการแข่งขัน แต่ต้องการ "ครอบครอง"
ทุกครั้งที่เกิดการเทขายแบบประดิษฐ์ (Artificial Crash) คือการที่พวกเขากวาดส่วนแบ่งตลาดที่รายย่อยยอมคายออกมาด้วยความกลัว
ปัจจุบัน BlackRock คุม Supply ของ BTC ไปแล้วกว่า 3% แต่เป้าหมายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคือ 7-10% (ประมาณ 1.47 - 2.1 ล้าน BTC) ซึ่งเป็นระดับที่พวกเขาสามารถกำหนดทิศทางตลาดได้เบ็ดเสร็จ
-----
นักลงทุนควรทำอย่างไร?
BlackRock ไม่จำเป็นต้องพังตลาดให้พินาศ แค่เขย่า (Shake) ให้คนขวัญอ่อนคายของออกมาก็พอ ความตื่นตระหนกหมู่ (Mass Panic) ทำงานได้ดีกว่าเครื่องมือใดๆ
ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ
▪ อย่าตอบสนองต่อทุกการแกว่งตัวของราคา เพราะนั่นคือสิ่งที่ตลาดคาดหวัง
▪ ดูที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด ลองสังเกตการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินวาฬ
▪ เข้าใจเกม พร้อมยอมรับว่าการปั่นราคาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
จำไว้ว่า ในขณะที่มือใหญ่กำลังกดราคาลง พวกเขาก็กำลังเตรียมพื้นดินสำหรับการดีดตัวครั้งใหญ่ในรอบถัดไปเช่นกัน
#BusinessTomorrow #BlackRock #MicroStrategy #Bitcoin #BTC #MSTR #MichaelSaylor #บิตคอยน์
#คริปโท
มีบทวิเคราะห์ในต่างประเทศ เริ่มคุยถึง "แผนลับ BlackRock" ทุบ Bitcoin เพื่อบีบให้ MicroStrategy ขาย BTC ?
ในขณะที่ตลาดคริปโทฯ กำลังผันผวน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงกลไกตลาดตามธรรมชาติ แต่ข้อมูลที่น่าตกใจชี้ให้เห็นว่า การร่วงลงของราคาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันถูกออกแบบมาอย่างแม่นยำ ทั้งจังหวะเวลาและปริมาณการขาย โดยฝีมือของผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง BlackRock
นี่ไม่ใช่แค่การขายทำกำไรธรรมดา แต่เป็น "แผนลับ" เพื่อบีบให้ Michael Saylor และ MicroStrategy ($MSTR) ต้องขาย Bitcoin ทิ้ง
-----
🔸 ทำไมต้องทุบ? และทำไมต้องตอนนี้?
การเทขายที่เกิดขึ้นมีความแม่นยำผิดปกติ ซึ่งรายย่อย (Retail) ไม่สามารถทำกราฟแบบนี้ได้ ช่วงเวลานี้คือช่วง "Post-halving" (หลังการ Halving) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพคล่อง (Liquidity) ในตลาดเบาบางที่สุด การโยนคำสั่งขายจากสถาบันใหญ่เพียงคำสั่งเดียว สามารถสร้างภาพลวงตาของการกลับตัวของเทรนด์ (Trend Reversal) ได้ทันที
BlackRock มองเห็นช่องโหว่นี้ และเลือกกดดันตลาดในช่วงที่สภาพคล่องต่ำที่สุด เพื่อสร้างคลื่นแห่งความกลัว (FUD) ให้กระจายไปทั่ว Ecosystem และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Bear Market ที่ถูกสร้างขึ้น
-----
🔸 เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ Bitcoin แต่คือ Saylor
BlackRock ไม่ได้ต้องการทำลาย Bitcoin แต่พวกเขาต้องการใช้มันเป็นเครื่องมือเพื่อ "ลดทอนอำนาจ" ของ MicroStrategy เป้าหมายหลักคือการกดดันราคาให้ต่ำลงจนส่งผลกระทบต่อเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของ $MSTR
เมื่อ Michael Saylor ถูกบีบจากทั้งสองทาง เขาจะกลายเป็นหมากที่ควบคุมได้ เหตุผลนั้นชัดเจน: MicroStrategy ถือครอง Bitcoin อยู่กว่า 650,000 BTC
หากราคากดลงมาอีกนิดจนแตะต้นทุนเฉลี่ย MicroStrategy จะตกอยู่ในสถานะเปราะบางทันที
▪ ราคา Bitcoin ปัจจุบัน - $91,751
▪ ต้นทุนเฉลี่ยของ $MSTR - $74,433
-----
🔸 กลยุทธ์บีบไข่แดง: ตีที่จุดอ่อนทางการเงิน
BlackRock ฉลาดพอที่จะไม่โจมตีซึ่งหน้า เพราะจะดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแล (Regulators) แต่พวกเขาเลือกโจมตีที่ "ข้อกำหนดทางการเงิน" (Financial Covenants)
เมื่อหุ้น $MSTR ร่วงลง เจ้าหนี้จะเข้มงวดเรื่องเงื่อนไขเงินกู้ทันที วงจรนรกที่พวกเขาวางไว้มีขั้นตอนดังนี้:
1) เทขาย $BTC → เกิดความตื่นตระหนก (Panic) → ราคาร่วง
2) ราคาดิ่ง → มูลค่าตลาดของทุนสำรอง $MSTR ลดฮวบ
3) หุ้น $MSTR ร่วง → เกิดแรงกดดันจากเจ้าหนี้
4) Saylor ถูกบีบ → จำเป็นต้องขายหรือปลดล็อกทุนสำรองบางส่วน
5) BlackRock ช้อนซื้อของถูก
6) วนกลับไปทำข้อ 1 ใหม่!
หาก MicroStrategy เข้าสู่ภาวะเสี่ยงและต้องเทขาย Bitcoin ออกมา แม้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ มันจะไม่ใช่การขยับหลักร้อยล้าน แต่เป็น "หลักหมื่นล้านดอลลาร์" ซึ่งเพียงพอที่จะล้างกำไรที่สะสมมาหลายปีและสร้างตลาดหมีครั้งใหญ่
-----
🔸 เกมแห่งการครอบครอง (Domination)
การสร้างวิกฤตครั้งนี้ทำกำไรมหาศาลให้กับ BlackRock เพราะ Bitcoin ราคาถูกคือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์สำหรับทศวรรษหน้า พวกเขาไม่ได้ต้องการแข่งขัน แต่ต้องการ "ครอบครอง"
ทุกครั้งที่เกิดการเทขายแบบประดิษฐ์ (Artificial Crash) คือการที่พวกเขากวาดส่วนแบ่งตลาดที่รายย่อยยอมคายออกมาด้วยความกลัว
ปัจจุบัน BlackRock คุม Supply ของ BTC ไปแล้วกว่า 3% แต่เป้าหมายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคือ 7-10% (ประมาณ 1.47 - 2.1 ล้าน BTC) ซึ่งเป็นระดับที่พวกเขาสามารถกำหนดทิศทางตลาดได้เบ็ดเสร็จ
-----
🔸 นักลงทุนควรทำอย่างไร?
BlackRock ไม่จำเป็นต้องพังตลาดให้พินาศ แค่เขย่า (Shake) ให้คนขวัญอ่อนคายของออกมาก็พอ ความตื่นตระหนกหมู่ (Mass Panic) ทำงานได้ดีกว่าเครื่องมือใดๆ
ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ
▪ อย่าตอบสนองต่อทุกการแกว่งตัวของราคา เพราะนั่นคือสิ่งที่ตลาดคาดหวัง
▪ ดูที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด ลองสังเกตการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินวาฬ
▪ เข้าใจเกม พร้อมยอมรับว่าการปั่นราคาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
จำไว้ว่า ในขณะที่มือใหญ่กำลังกดราคาลง พวกเขาก็กำลังเตรียมพื้นดินสำหรับการดีดตัวครั้งใหญ่ในรอบถัดไปเช่นกัน
#BusinessTomorrow #BlackRock #MicroStrategy #Bitcoin #BTC #MSTR #MichaelSaylor #บิตคอยน์ #คริปโท