• #หัวใจโต
    สาเหตุของโรคหัวใจโต
    - ความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด
    - โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ เช่น ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ ทำให้เลือดไหลย้อนหรือไหลไม่สะดวก
    - โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง (Cardiomyopathy) ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี
    - หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ภาวะหัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป
    - การติดเชื้อหรือการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ
    - ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ที่ทำให้หัวใจต้องขยายตัวเพื่อชดเชยการทำงานที่ลดลง

    ---

    การรักษาและดูแล
    - การใช้ยา เช่น ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาควบคุมจังหวะหัวใจ หรือยาลดภาระการทำงานของหัวใจ
    - การรักษาสาเหตุร่วม เช่น รักษาโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะไตเสื่อม
    - การผ่าตัด ในกรณีที่มีปัญหาลิ้นหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจ
    - การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือเครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจในรายที่หัวใจอ่อนแรงมาก
    - การปรับพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เลิกบุหรี่ ลดเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ

    ---

    การตรวจวินิจฉัย
    - เอกซเรย์ทรวงอก เพื่อดูขนาดของหัวใจ
    - อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ
    - ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจ
    - CT หรือ MRI หัวใจ
    ปรึกษาโทร 081-909-1989
    #หัวใจโต สาเหตุของโรคหัวใจโต - ความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด - โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ เช่น ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ ทำให้เลือดไหลย้อนหรือไหลไม่สะดวก - โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง (Cardiomyopathy) ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี - หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ภาวะหัวใจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป - การติดเชื้อหรือการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ - ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ที่ทำให้หัวใจต้องขยายตัวเพื่อชดเชยการทำงานที่ลดลง --- การรักษาและดูแล - การใช้ยา เช่น ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาควบคุมจังหวะหัวใจ หรือยาลดภาระการทำงานของหัวใจ - การรักษาสาเหตุร่วม เช่น รักษาโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะไตเสื่อม - การผ่าตัด ในกรณีที่มีปัญหาลิ้นหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจ - การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือเครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจในรายที่หัวใจอ่อนแรงมาก - การปรับพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เลิกบุหรี่ ลดเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ --- การตรวจวินิจฉัย - เอกซเรย์ทรวงอก เพื่อดูขนาดของหัวใจ - อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อดูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ - ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจ - CT หรือ MRI หัวใจ ปรึกษาโทร 081-909-1989
    ไลค์
    รัก
    8
    2 ความคิดเห็น 0 แชร์ 482 ยอดวิว 35 0 รีวิว
  • You must be 18+ to view this content
  • #กลุ่มโรค NCDs
    โรค NCDs หรือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases) คือกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แต่จะค่อย ๆ พัฒนาและสะสมอาการจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในระยะยาว

    ตัวอย่างโรคในกลุ่ม NCDs
    - โรคเบาหวาน
    - โรคความดันโลหิตสูง
    - โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง
    - โรคมะเร็งต่าง ๆ
    - โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
    - โรคอ้วนลงพุง
    - โรคตับแข็ง
    - โรคไตเรื้อรัง

    สาเหตุหลักของโรค NCDs
    ส่วนใหญ่เกิดจาก พฤติกรรมเสี่ยง ที่สะสมในชีวิตประจำวัน เช่น:
    - รับประทานอาหารหวานจัด เค็มจัด มันจัด หรืออาหารปิ้งย่างบ่อย
    - ขาดการออกกำลังกาย
    - สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
    - นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
    - ความเครียดสะสม
    - ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์

    วิธีป้องกัน
    - ปรับพฤติกรรมการกินให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้
    - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    - งดบุหรี่และแอลกอฮอล์
    - พักผ่อนให้เพียงพอ
    - ตรวจสุขภาพประจำปี

    โรค NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย และมักเกิดในวัยทำงานที่ยังมีศักยภาพสูง ดังนั้นการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวเลยครับ
    ปรึกษาโทร 081-909-1989
    #กลุ่มโรค NCDs โรค NCDs หรือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases) คือกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แต่จะค่อย ๆ พัฒนาและสะสมอาการจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในระยะยาว 🧠 ตัวอย่างโรคในกลุ่ม NCDs - โรคเบาหวาน - โรคความดันโลหิตสูง - โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง - โรคมะเร็งต่าง ๆ - โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) - โรคอ้วนลงพุง - โรคตับแข็ง - โรคไตเรื้อรัง 🔍 สาเหตุหลักของโรค NCDs ส่วนใหญ่เกิดจาก พฤติกรรมเสี่ยง ที่สะสมในชีวิตประจำวัน เช่น: - รับประทานอาหารหวานจัด เค็มจัด มันจัด หรืออาหารปิ้งย่างบ่อย - ขาดการออกกำลังกาย - สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ - นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ - ความเครียดสะสม - ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ 💡 วิธีป้องกัน - ปรับพฤติกรรมการกินให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ - งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ - พักผ่อนให้เพียงพอ - ตรวจสุขภาพประจำปี โรค NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย และมักเกิดในวัยทำงานที่ยังมีศักยภาพสูง ดังนั้นการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวเลยครับ ปรึกษาโทร 081-909-1989
    ไลค์
    รัก
    9
    4 ความคิดเห็น 0 แชร์ 683 ยอดวิว 0 รีวิว
  • #โรคเบาหวานชนิดที่2
    กับยา
    https://real.naruayshop.com/posts/15353
    #โรคเบาหวานชนิดที่2 กับยา https://real.naruayshop.com/posts/15353
    REAL.NARUAYSHOP.COM
    สุขภาพใกล้ตัว - #กลุ่มยาทาน เบาหวานประเภทที่2...
    #กลุ่มยาทาน เบาหวานประเภทที่2 ยาเม็ดสำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีหลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติที่สุด มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มมีอะไรบ้าง 🩺 💊 กลุ่มยาเม็ดรักษาโรคเบาหวาน 1. กลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylureas) -...
    ไลค์
    รัก
    Wow
    12
    15 ความคิดเห็น 0 แชร์ 357 ยอดวิว 0 รีวิว
  • #กลุ่มยาทาน เบาหวานประเภทที่2
    ยาเม็ดสำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีหลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติที่สุด มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มมีอะไรบ้าง
    กลุ่มยาเม็ดรักษาโรคเบาหวาน
    1. กลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylureas)
    - กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินมากขึ้น
    - ตัวอย่างยา: Glipizide, Glibenclamide, Glimepiride
    2. กลุ่มไบกัวไนด์ (Biguanides)
    - ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ และเพิ่มการใช้น้ำตาลในเซลล์
    - ตัวอย่างยา: Metformin (นิยมใช้มากที่สุด)

    3. กลุ่มไธอะโซลิดีนไดโอน (Thiazolidinediones)
    - เพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน
    - ตัวอย่างยา: Pioglitazone
    4. กลุ่มอัลฟ่ากลูโคซิเดสอินฮิบิเตอร์ (Alpha-glucosidase inhibitors)
    - ยับยั้งการย่อยคาร์โบไฮเดรตในลำไส้ ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เลือดช้าลง
    - ตัวอย่างยา: Acarbose, Voglibose

    5. กลุ่มเมกลิทิไนด์ (Meglitinides)
    - กระตุ้นการหลั่งอินซูลินแบบเร็วและสั้น
    - ตัวอย่างยา: Repaglinide, Nateglinide

    6. กลุ่ม DPP-4 inhibitors
    - ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายฮอร์โมน incretin ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน
    - ตัวอย่างยา: Sitagliptin, Vildagliptin

    7. กลุ่ม SGLT2 inhibitors
    - ขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ
    - ตัวอย่างยา: Dapagliflozin, Empagliflozin
    หากคุณต้องการเลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อายุ น้ำหนัก โรคร่วม และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะน้ำตาลต่ำหรือผลต่อตับและไต
    ปรึกษาโทร 081-9091989
    #กลุ่มยาทาน เบาหวานประเภทที่2 ยาเม็ดสำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีหลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติที่สุด มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มมีอะไรบ้าง 🩺 💊 กลุ่มยาเม็ดรักษาโรคเบาหวาน 1. กลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylureas) - กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินมากขึ้น - ตัวอย่างยา: Glipizide, Glibenclamide, Glimepiride 2. กลุ่มไบกัวไนด์ (Biguanides) - ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ และเพิ่มการใช้น้ำตาลในเซลล์ - ตัวอย่างยา: Metformin (นิยมใช้มากที่สุด) 3. กลุ่มไธอะโซลิดีนไดโอน (Thiazolidinediones) - เพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน - ตัวอย่างยา: Pioglitazone 4. กลุ่มอัลฟ่ากลูโคซิเดสอินฮิบิเตอร์ (Alpha-glucosidase inhibitors) - ยับยั้งการย่อยคาร์โบไฮเดรตในลำไส้ ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เลือดช้าลง - ตัวอย่างยา: Acarbose, Voglibose 5. กลุ่มเมกลิทิไนด์ (Meglitinides) - กระตุ้นการหลั่งอินซูลินแบบเร็วและสั้น - ตัวอย่างยา: Repaglinide, Nateglinide 6. กลุ่ม DPP-4 inhibitors - ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายฮอร์โมน incretin ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน - ตัวอย่างยา: Sitagliptin, Vildagliptin 7. กลุ่ม SGLT2 inhibitors - ขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ - ตัวอย่างยา: Dapagliflozin, Empagliflozin หากคุณต้องการเลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อายุ น้ำหนัก โรคร่วม และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะน้ำตาลต่ำหรือผลต่อตับและไต ปรึกษาโทร 081-9091989
    ไลค์
    รัก
    Wow
    เสียใจ
    13
    5 ความคิดเห็น 0 แชร์ 609 ยอดวิว 0 รีวิว
  • #ยาอินซูลิน กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
    อินซูลินจะถูกใช้ในผู้ป่วยเบาหวานตามชนิดและระยะของโรคครับ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

    เบาหวานชนิดที่ 1
    - จำเป็นต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต เพราะร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย
    - เริ่มฉีดตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัย เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคตาเบาหวาน โรคไต และโรคหัวใจ

    เบาหวานชนิดที่ 2
    - เริ่มต้นอาจไม่ต้องฉีดอินซูลินทันที ใช้วิธีควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และยารับประทานก่อน
    - หากควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตเสื่อมหรือสายตาเริ่มมีปัญหา แพทย์อาจพิจารณาให้เริ่มฉีดอินซูลิน
    - การตัดสินใจขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือด สุขภาพโดยรวม และดุลยพินิจของแพทย์

    ทำไมต้องฉีด ไม่กินยาแทน?
    - อินซูลินเป็นโปรตีน หากกินเข้าไปจะถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะอาหาร
    - การฉีดช่วยให้ร่างกายได้รับอินซูลินโดยตรงและควบคุมน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ปรึกษาโทร 081-9091989
    #ยาอินซูลิน กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อินซูลินจะถูกใช้ในผู้ป่วยเบาหวานตามชนิดและระยะของโรคครับ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้: 🧬 เบาหวานชนิดที่ 1 - จำเป็นต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต เพราะร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย - เริ่มฉีดตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัย เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคตาเบาหวาน โรคไต และโรคหัวใจ 🩺 เบาหวานชนิดที่ 2 - เริ่มต้นอาจไม่ต้องฉีดอินซูลินทันที ใช้วิธีควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และยารับประทานก่อน - หากควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตเสื่อมหรือสายตาเริ่มมีปัญหา แพทย์อาจพิจารณาให้เริ่มฉีดอินซูลิน - การตัดสินใจขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือด สุขภาพโดยรวม และดุลยพินิจของแพทย์ 💡 ทำไมต้องฉีด ไม่กินยาแทน? - อินซูลินเป็นโปรตีน หากกินเข้าไปจะถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะอาหาร - การฉีดช่วยให้ร่างกายได้รับอินซูลินโดยตรงและควบคุมน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรึกษาโทร 081-9091989
    ไลค์
    รัก
    Wow
    ยิ้ม
    13
    6 ความคิดเห็น 0 แชร์ 737 ยอดวิว 0 รีวิว
  • #โรคเบาหวาน กับคุณหมอ
    https://youtu.be/PCys19kCXaY?si=Ruko0Z-bmsaBQety
    #โรคเบาหวาน กับคุณหมอ https://youtu.be/PCys19kCXaY?si=Ruko0Z-bmsaBQety
    ไลค์
    รัก
    Wow
    11
    4 ความคิดเห็น 0 แชร์ 381 ยอดวิว 0 รีวิว
โหลดแอปเมต้านารวย